ปีติ ในหลวง พระราชินี ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกร เสียงทรงพระเจริญกึกก้อง
เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 12 ส.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงพระดำเนินออกทางประตูวิเศษไชยศรี ไปทางถนนหน้าพระลาน ถึงศาลหลักเมืองเพื่อทรงเยี่ยมราษฎร
ในการนี้ ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ โดยประชาชนต่างแต่งกายด้วยเสื้อสีฟ้า โบกธง พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องทั่วบริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม สนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 20.19 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมภริยา ประธานวุฒิสภา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือนและภาคประชาชนเข้าร่วมพิธี
นายกรัฐมนตรีและภริยาวางพุ่มทอง พุ่มเงิน แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายเครื่องราชสักการะ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ก่อนนำกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ กล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในศุภวาระแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์
ทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนไทย การสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนส่งผลให้ราษฎรมีงานอาชีพ มีรายได้ มีสุขภาพดี และมีความมั่นคงในครอบครัว พระมหากรุณาธิคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้นำพาความผาสุกร่มเย็นไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และประทับในจิตใจของพสกนิกรไทยทั้งมวล
ในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดทั้งพระสยามเทวาธิราชโปรดอภิบาลและดลบันดาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมด้วยพิพิธพรชัย พระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระเกียรติคุณเกริกไกรไพศาล ทรงพระเกษมสำราญ พระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
จากนั้นนายกรัฐมนตรีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนรับมอบโคมเทียนแล้วเดินไปยืน ณ แท่นเกียรติยศที่จัดไว้ ร่วมร้องเพลงสดุดีพระแม่เจ้า จบแล้วกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ 3 ครั้ง”
ภายหลังเสร็จพิธีนายกรัฐมนตรีและภริยาร่วมชมการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติฯ ระยะเวลาในการแสดง 10 นาที โดยศูนย์บังคับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ตั้งอยู่ที่สนามฟุตบอลภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์