กรมอนามัย ถก EOC เตรียมทีม SEhRT เน้น 5 ด้าน ดูแลผู้เข้าร่วม พระราชพิธี พระบรมศพ พระพันปีหลวง ดำเนินภารกิจ ประเมิน-เฝ้าระวัง สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม-ส่งเสริมสุขภาพ ปชช. 8 มิติ

29 ต.ค. 68 – พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดประชุมศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับภาวะฉุกเฉิน (Health Promotion and Environmental Health Operation Center : HPEHOC)

เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินงานของทีม SEhRT สนับสนุนภารกิจด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการสร้างความรอบรู้ดูแลสุขภาพประชาชน รองรับกรณีการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย ผู้บริหาร และทีม SEhRT ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

พญ.อัมพร กล่าวว่า จากข้อสั่งการนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้กรมอนามัยเร่งดำเนินการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพ เตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการประชาชนในช่วงการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมอนามัย จึงมีข้อสั่งการ 5 ด้าน ดังนี้ 1. มอบศูนย์อนามัย และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ชี้แจงแนวปฏิบัติการกิจ SEhRT และลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับเครือข่าย จังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น

2. ทีม SEhRT ประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพ ตามแนวปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในช่วงพระราชพิธีฯ

3. สนับสนุนชุดทดสอบภาคสนาม เพื่อการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อไรคในอาหารและน้ำ ห้องน้ำ ห้องส้วม และทดสอบคลอรีนในน้ำใช้

4. สื่อสาร สร้างการรับรู้ความเสี่ยงสุขภาพ และสร้างความรอบรู้ประชาชน ในการดูแลป้องกันตนเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง ในช่วงเข้าร่วมพระราชพิธีฯ

5. รายงานผลการดำเนินงาน SEhRT ในภาพรวมของจังหวัดในการประชุม PHEOC กระทรวงสาธารณสุข

ด้าน นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการปฏิบัติงานด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพ กรณีพระราชพิธีฯ ดังกล่าว เป็นการดำเนินงานในภารกิจประเมินและเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพประชาชนใน 8 มิติ ตลอดช่วงเวลาจัดงานพระราชพิธีฯ

ได้แก่ การจัดการห้องน้ำห้องส้วม และสิ่งปฏิกูล การจัดการน้ำเสีย การจัดการมูลฝอย การป้องกันโรค ที่มากับแมลงและสัตว์พาหะนำโรค การจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การดูแลควบคุมการระบายอากาศ การสร้างความรอบรู้และดูแลสุขภาพ และการป้องกันผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

“ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน ที่จะเข้าร่วมพระราชพิธีฯ ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี เช่น เตรียมน้ำดื่มสะอาด สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องส้วม หรือหลังสัมผัสจุดเสี่ยงต่างๆ รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ มีภาชนะปิดมิดชิด

ร่วมกันรักษาความสะอาดของพื้นที่จัดกิจกรรม คัดแยกขยะก่อนทิ้ง และทิ้งขยะในภาชนะที่จัดไว้ เตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตนเองจากสภาพอากาศแปรปรวน เช่น อากาศร้อนจัด พื้นที่อับอากาศ อากาศหนาวเย็น ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น” นายแพทย์นเรศฤทธิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน