สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) เปิดเวที “IEEE PES Dinner Talk 2025” ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าที่ยั่งยืน 26–29 พ.ย.นี้

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เป็นประธานเปิดงาน “IEEE PES Dinner Talk 2025” ที่สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 พ.ย.2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าไทยสู่ความยั่งยืน

รมว.พลังงาน กล่าวว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งสำคัญ เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 สำหรับประเทศไทย การไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ต้องอาศัยทั้งนโยบายที่ชัดเจน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

โดยเทคโนโลยีหลักที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ได้แก่ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems) โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบบริหารจัดการพลังงานแบบดิจิทัล (Digital Energy Management) และไฮโดรเจน (Hydrogen Energy) ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

กระทรวงพลังงานพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาระบบพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน เป็นธรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

ภายในงาน รมว.พลังงาน ยังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบาย Quick Big Win ด้านพลังงาน” สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงรุกของประเทศในการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งบรรลุผลในระยะสั้นได้จริง โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ในระยะสั้น 5 โครงการ ได้แก่ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร โครงการโซลาร์สูบน้ำชลประทาน โครงการติดโซลาร์ได้ลดหย่อนภาษี และโครงการโซลาร์ภาครัฐ

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเร่งเดินหน้าโครงการโซลาร์ลอยน้ำ 3 เขื่อน กฟผ. (เขื่อนภูมิพล เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์) กำลังการผลิตรวม 1,638 เมกะวัตต์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม Direct PPA และการพัฒนาระบบส่งระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวรองรับเป้าหมาย Net Zero Emission 2050 ผ่านการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ และการพัฒนาการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดยคาดว่าโครงการ “Quick Big Win” จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านล้านบาท สร้างการจ้างงานกว่า 29,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 10 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ด้าน นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. ในนามนายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) กล่าวว่า งานครั้งนี้จัดขึ้นในหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าและทรัพยากรพลังงาน : ความท้าทาย โอกาส และมาตรการรองรับ” เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ นโยบาย และเทคโนโลยีใหม่ๆ นำไปสู่แนวทางในการต่อยอดระบบไฟฟ้าไทยให้เป็นธรรมและยั่งยืน

ขณะเดียกวัน ยังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับสากล

สำหรับ กฟผ. ในฐานะองค์กรหลักด้านพลังงานของประเทศ ได้เดินหน้าภารกิจตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน มุ่งรักษาความสมดุลของระบบพลังงาน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การจัดงานประชุมครั้งนี้ แสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมพลังงานไทยบนเวทีโลก และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมพลังงานสะอาดระหว่างประเทศต่อไป ซึ่งภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่วิศวกรและบุคลากรผู้มีผลงานดีเด่นในแวดวงพลังงาน ประจำปี 2025

การเสวนา Panel Session โดยมีผู้แทนจาก PEA, MEA และ กฟผ. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เกี่ยวกับแนวทางการเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้า ในยุคที่เทคโนโลยีพลังงาน และความต้องการใช้ไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยสมาคมไฟฟ้าฯ ยังมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานระดับประเทศและระดับโลก ส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมด้านไฟฟ้า และพลังงานของไทยต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม งานนี้ยังมี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายดิเรก บุญปิยทัศน์ รองผู้ว่าการวางแผนและนวัตกรรมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ร่วมงาน ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
//////////////////////////////

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน