“แม่น้ำเจ้าพระยา” เป็นสายน้ำหลักหล่อเลี้ยงผู้คน ระบบเศรษฐกิจ และระบบนิเวศมาอย่างยาวนาน แต่ใต้ผิวน้ำที่ดูสงบนิ่ง ตลิ่งริมฝั่งต้องเผชิญกับแรงคลื่น ลม ตลอดจนกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งการสัญจรทางน้ำ การก่อสร้าง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นตลอดเวลา จนบางจุดเริ่มพังทลาย กระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต รวมถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาแม่น้ำแห่งนี้ ปัญหาที่ดูเหมือนไกลตัว กำลังกระทบต่อทั้งระบบนิเวศและวิถีชีวิตของผู้คนโดยรอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาการกัดเซาะตลิ่งเกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่องในทุกปี ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ทำให้ระบบนิเวศโดยรอบเสื่อมโทรมลง ปัจจุบันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งบริเวณนี้จึงถูกมองว่าเป็นวิกฤตทางธรรมชาติที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เดิมพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่ราบน้ำขึ้นถึง มีป่าชายเลนปกคลุมอยู่ทั้งสองฝั่ง แต่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปเป็นที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จึงก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามมา เช่น การทรุดตัวของดิน การเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง โดยเฉพาะ ปัญหาการกัดเซาะที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน

ท่ามกลางปัญหาการกัดเซาะตลิ่งที่รุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ การฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยธรรมชาติ กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะไม่เพียงช่วยชะลอการพังทลายของหน้าดิน แต่ยังช่วยคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานโครงการ “MBK Green Community” โดย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งเน้นการนำธรรมชาติกลับมาแก้ไขปัญหา โดยนำต้นโกงกางและต้นลำพูเป็นตัวเลือกสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทำความรู้จัก “โกงกาง-ลำพู” ผู้พิทักษ์ริมแม่น้ำ

ต้นโกงกาง (Rhizophora) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไม้แห่งป่าชายเลน” มีจุดเด่นคือรากค้ำยันที่แข็งแรง สามารถยึดเกาะดินโคลน ช่วยลดแรงปะทะของคลื่นน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง รวมถึงเป็นที่พักพิงของแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ สำหรับในประเทศไทยพบมาก 2 ชนิด คือ โกงกางใบเล็กและโกงกางใบใหญ่

ขณะที่ต้นลำพู (Sonneratia caseolaris) เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ในพื้นที่ริมแม่น้ำและป่าชายเลน มีลักษณะเด่นคือรากอากาศที่โผล่พ้นดิน ช่วยในการแลกเปลี่ยนอากาศและเสริมความแข็งแรงให้กับหน้าดิน ต้นลำพูไม่เพียงสร้างออกซิเจนแก่สิ่งแวดล้อม แต่ระบบรากของต้นยังช่วยชะลอการกัดเซาะตลิ่ง มีคุณสมบัติในการบำบัดน้ำตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด รวมถึง หิ่งห้อย ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
ด้วยศักยภาพของพืชทั้งสองชนิดนี้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน จัดโครงการ “MBK Green Community” สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน ปลูกต้นโกงกาง ลำพู ฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลมพายุและสร้างสมดุลทางธรรมชาติริมน้ำเจ้าพระยา ณ ท่าเรือริเวอร์เดล มารีน่า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรต่อโลก

นำโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1, ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี และพนักงานจิตอาสา MBK CARE ในเครือเอ็ม บี เค ร่วมปลูกต้นโกงกาง และต้นลำพู กว่า 70 ต้น บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 70 เมตร เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ช่วยปกป้องหน้าดิน ลดแรงปะทะจากคลื่นลมพายุ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน พร้อมทั้งช่วยดูดซับสารพิษ กรองเศษขยะ สิ่งเจือปน ทำให้น้ำมีคุณภาพสะอาดยิ่งขึ้น โครงการนี้ยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป

นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักผู้บริหารระดับสูง บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญของโครงการว่า “ปีนี้ มุ่งเน้น 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ รณรงค์ให้พนักงานตระหนักถึงการดูแลรักษาธรรมชาติ ต่อมาคือตอบรับนโยบาย ESG เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2050 และประการสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อยกระดับ ริเวอร์เดล มารีน่า ให้เป็นแลนด์มาร์คกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจร” ซึ่งการสร้างระบบนิเวศที่ดีไม่เพียงฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม

ด้าน นายปราโมทย์ เกตุทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกแบบและปฏิบัติการงานโครงการ บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด หนึ่งในจิตอาสาของ MBK CARE เผยความรู้สึกว่า “เอ็ม บี เค เริ่มรณรงค์การปลูกต้นไม้ทั้งในพื้นดิน ขยายไปบริเวณริมน้ำบริเวณ ริเวอร์เดล มารีน่า ด้วยการปลูกไม้ธรรมชาติ เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง” พร้อมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และสร้างสมดุลระบบนิเวศริ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะยาว
นอกจากนี้ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงการปลูกต้นโกงกางและต้นลำพูริมแม่น้ำเจ้าพระยา “การปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมความมั่นคงของชายฝั่งและลดความเสี่ยงการทรุดตัวของดินในระยะยาว ซึ่งส่งผลต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงวางแผนบูรณาการ โดยมุ่งฟื้นฟูพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม” พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดปทุมธานี
ขณะเดียวกัน นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี เสริมว่า “ต้นลำพู เป็นพืชที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย หากมีการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม จะสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้” ซึ่งช่วยสร้างรายได้แก่ชุมชน เสริมสร้างเศรษฐกิจ และสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กัน

วิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) สะท้อนชัดผ่านโครงการ “MBK Green Community” ในการสรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน เพราะการรักษาระบบนิเวศ ไม่ใช่หน้าที่ของใครเพียงหนึ่งคน แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคมที่ต้องฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีสู่คนรุ่นหลังอย่างมั่นคง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน