เมื่อพูดถึง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” หลายคนอาจกังวลถึงเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างแผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม หรือแม้แต่กรณีไฟฟ้าดับทั้งระบบ จะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงตามมาหรือไม่?

สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ได้รับการออกแบบพัฒนาเพื่อปิดทุกจุดอ่อนโดยมีหัวใจสำคัญคือ ระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง แม้ในภาวะที่ระบบไฟฟ้าหลักไม่สามารถใช้งานได้

ไขรหัส 4 หลักการทำงานสำคัญของระบบ Passive Safety

ระบบความปลอดภัย Passive Safety สามารถทำงานอัตโนมัติได้โดยอาศัยหลักการทางธรรมชาติ อาทิแรงโน้มถ่วง การพาความร้อน การไหลเวียนตามธรรมชาติ ฯลฯ ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าภายนอก และไม่ต้องใช้มนุษย์คอยสั่งการ โดยมี 4 หลักการทำงานสำคัญ ดังนี้

  1. สามารถหยุดเดินเครื่องอัตโนมัติ : เมื่อระบบไฟฟ้าหลักดับหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน แท่งควบคุมจะตกลงมาในแกนเครื่องปฏิกรณ์ด้วยแรงโน้มถ่วงทันที เพื่อหยุดปฏิกิริยานิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
  2. การระบายความร้อนด้วยการไหลเวียนตามธรรมชาติ : เมื่อน้ำรอบแกนปฏิกรณ์ร้อนขึ้น ก็จะลอยตัวขึ้นด้านบน แล้วดันให้น้ำเย็นไหลลงมารับความร้อนแทน เกิดเป็นวงจร “การพาความร้อน” หมุนเวียนสม่ำเสมอ ทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนได้เอง สามารถรักษาระดับอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยได้ต่อเนื่องนานหลายวัน
  3. ระบบน้ำหล่อเย็นฉุกเฉินด้วยแรงโน้มถ่วง : หากเกิดเหตุฉุกเฉิน น้ำจากบ่อน้ำสำรองด้านบนจะไหลลงสู่เครื่องปฏิกรณ์ที่อยู่ต่ำกว่าโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปั๊มน้ำไฟฟ้า
  4. ปลอดภัยแม้ไฟฟ้าดับ : ระบบ Passive Safety ออกแบบให้ถ่ายเทความร้อนตกค้างออกได้เองอัตโนมัติ สามารถรักษาระดับอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยได้ต่อเนื่องนานหลายวัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ควบคุม ไม่ต้องพึ่งพาปั๊มน้ำหรือกระแสไฟฟ้าภายนอก

“ลดขนาด-ลดความซับซ้อน” จำกัดพื้นที่แผนฉุกเฉินเพียง 1 กิโลเมตร

ขนาดที่เล็กลงของโรงไฟฟ้า SMR ไม่ได้หมายถึงการลดทอนมาตรฐาน แต่คือการลดความซับซ้อนของระบบทำให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุลดลง ลดปริมาณพลังงานและความร้อนที่สะสมอยู่ในระบบทำให้การระบายความร้อนทำได้ง่ายและรวดเร็ว จึงมีการจัดทำแผนฉุกเฉิน (Emergency Planning Zone) ครอบคลุมพื้นที่แค่ประมาณ 1 กิโลเมตร หรือภายในบริเวณรอบรั้วโรงไฟฟ้าเท่านั้น ต่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไปที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 16 กิโลเมตร

SMR กับ “ระบบป้องกันหลายชั้น”

นอกจากระบบ Passive Safety แล้ว SMR ยังมีระบบ“การป้องกันหลายชั้น (Defense in Depth)” เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ซึ่งออกแบบให้ทนทานต่อภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ รวมถึงอุบัติเหตุจากภายนอก

เริ่มจาก “เม็ดเชื้อเพลิง” (Fuel Pellet) ซึ่งผิวมีลักษณะเป็นผิวเซรามิกที่สามารถทนต่อการกัดกร่อนและกักเก็บสารกัมมันตรังสีไม่ให้หลุดออกมาจากภายนอกเม็ดเชื้อเพลิง ตามด้วย “ท่อหุ้มเชื้อเพลิง” (Cladding) ที่ปิดผนึกเม็ดเชื้อเพลิงอย่างมิดชิด ชั้นถัดมาคือ “ถังปฏิกรณ์นิวเคลียร์” (Reactor Vessel) ทำจากเหล็กกล้าหนาพิเศษที่ทนต่ออุณหภูมิและแรงดันสูง และชั้นนอกสุดคือ“อาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์” (Containment Building) เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหนาพิเศษประมาณ 1.5–2 เมตร ช่วยกันรังสีไม่ให้ออกสู่สิ่งแวดล้อม และป้องกันผลกระทบจากภัยธรรมชาติภายนอก

ดังนั้น เมื่อกลับมาที่คำถามสำคัญว่า “SMR ปลอดภัยแค่ไหน?” จะเห็นได้ว่า ความปลอดภัยไม่ใช่มาตรการรับมือเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วเท่านั้น แต่ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่แรก (Safe by Design) ด้วยระบบ Passive Safety ที่อาศัยกลไกธรรมชาติ ควบคู่กับระบบป้องกันหลายชั้น (Defense in Depth) จึงช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น และพร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกพลังงานแห่งอนาคตที่ให้ความสำคัญกับทั้งความสะอาด ความมั่นคง และความปลอดภัยไปพร้อมกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน