กนอ.-กฟผ. ลงนาม เดินหน้าศึกษาการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสีเขียว รองรับ Green Transition ขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ สู่เป้าหมาย Net Zero

นายเริงฤทธิ์ กุศลกรรมบถ รองผู้ว่าการ (ประจำสำนักผู้ว่าการ) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) “โครงการศึกษาการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับ Green Transition สู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่” เพื่อร่วมกันศึกษารูปแบบและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม ให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ของประเทศ

โดยนำจุดแข็งและประสบการณ์ของ กนอ. มาใช้พัฒนาอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรม ทั้งในด้านการบริหารจัดการพลังงานสะอาดให้แก่ผู้ประกอบการ การบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร และอาจนำไปสู่การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในอนาคต สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจของ กนอ. ที่มุ่งเสริมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. และ กนอ. จะผสานจุดแข็งของทั้งสองหน่วยงานเข้าด้วยกัน ในการศึกษารูปแบบแนวทางการพัฒนาประเภทอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสีเขียว รวมทั้งด้านกฎหมายและระเบียบต่างๆ ให้ครอบคลุม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปัจจุบัน ให้เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตเป็นพลังงานสะอาด

อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ลดการปล่อยคาร์บอน และเป็นอุตสาหกรรม Circular เช่น มีการบริหารการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น เพื่อมุ่งสู่ ‘นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวต้นแบบ’ ในพื้นที่ศักยภาพ ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในภูมิภาค

ทั้งนี้ ความร่วมมือจะมุ่งเน้นศึกษาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เช่น อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด (Green Industry) และอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Industry) เพื่อบริหารจัดการพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ และ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร มีระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อประสานงานและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน