แพทย์เฉลยแล้ว! “ตะเกียบไม้” หรือ “ตะเกียบสแตนเลส” แบบไหนดีกว่ากัน เลือกใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน เสี่ยงมีแบคทีเรียสะสมเยอะกว่าโถส้วม พร้อมวิธีสังเกต

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ตะเกียบ ของใช้ประจำบ้านที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่มีวางอยู่บนโต๊ะแทบทุกมื้ออาหาร แต่รู้หรือไม่ หากใช้ตะเกียบไม้ต่อเนื่อง 3 เดือน ปริมาณแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในซอกตะเกียบอาจมากกว่าที่อยู่บนโถส้วมเสียอีก!

ข้อมูลนี้มาจากผลการวิจัยล่าสุดของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากประเทศจีน งานนี้ทำเอาประชาชนแตกตื่น ตั้งคำถามว่า ตะเกียบไม้ หรือ ตะเกียบสแตนเลส แบบไหนปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

ภาพประกอบ

ตะเกียบไม้

  • แหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียในครัว

โครงสร้างของไม้มีเส้นใยและรูพรุนเล็ก ๆ มากมาย เป็นที่สะสมของเศษอาหารและความชื้น การทดลองพบว่า ตะเกียบไม้ที่ใช้ต่อเนื่องครึ่งปีสามารถมีเชื้อโรคมากกว่า 10 ชนิด รวมถึง E.coli, เชื้อสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) และเชื้อรา

  • เสี่ยงต่อเชื้อราพิษ

ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ตะเกียบไม้จะขึ้นราได้ง่าย ซึ่งเชื้อรานี้อาจสร้างสารพิษ อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็งตับที่รุนแรงที่สุด แม้จะต้มในน้ำเดือด สารพิษนี้ก็ไม่ถูกทำลายหมด

  • สารเคมีในชั้นเคลือบกันรา

ตะเกียบไม้ราคาถูกจำนวนมากเคลือบด้วยสีหรือกาวกันรา ซึ่งอาจมีสาร ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) สารพิษที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ และเมื่อสะสมในร่างกายนาน ๆ อาจส่งผลต่อการทำงานของตับและไต

ภาพประกอบ

ตะเกียบสแตนเลส

  • ยับยั้งแบคทีเรียได้ดีกว่า

ตะเกียบสแตนเลสที่ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 หรือ 316 สามารถยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้ได้ถึง 99% ในสภาพทั่วไป แบคทีเรียอยู่บนพื้นผิวสแตนเลสได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง จึงช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนระหว่างการรับประทานอาหาร

  • ทำความสะอาดง่าย ทนทานกว่าหลายเท่า

สแตนเลสไม่ดูดซึมน้ำ ไม่แตกร้าวหรือผุกร่อน หลังใช้เพียงล้างด้วยน้ำร้อนหรือใส่เครื่องล้างจานก็สะอาดเงางาม ตะเกียบสแตนเลสหนึ่งคู่สามารถใช้งานได้นานถึง 5 ปี

  • ปราศจากสารเคมีอันตราย

ต่างจากตะเกียบไม้เคลือบสี ตะเกียบสแตนเลสไม่ใช้กาวหรือสารเคมีใด ๆ ปลอดภัยแม้ใช้ในอุณหภูมิสูง เช่น การกินหม้อไฟหรืออาหารผัดทอด

ภาพประกอบ

วิธีเลือกและใช้งาน “ตะเกียบสแตนเลส” อย่างถูกต้อง

  • ตรวจสอบฉลากมาตรฐาน

ควรเลือกตะเกียบที่มีสัญลักษณ์ GB4806.9 หรือ SUS304 เพื่อรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร

  • เลือกดีไซน์กันลื่น

ควรเลือกแบบที่มีร่องหรือปลายซิลิโคน เพื่อให้คีบอาหารได้ถนัดและไม่ลื่นหล่น

  • เปลี่ยนใหม่เมื่อมีรอยขีดข่วน

หากตะเกียบบิดงอ มีรอยลึก หรือผิวเป็นร่อง ควรเปลี่ยนทันที เพราะรอยเหล่านั้นอาจสะสมเชื้อโรคได้

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม

  • เด็กและผู้สูงอายุ

ควรใช้ตะเกียบสแตนเลสที่น้ำหนักเบาและมีปลายกันลื่น เพื่อให้จับถนัดมือและไม่หักง่ายเหมือนตะเกียบไม้

  • ผู้ที่แพ้โลหะ

อาจเลือกใช้ ตะเกียบไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ เบา แข็งแรง และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

  • เมื่อรับประทานอาหารนอกบ้าน

ควรหลีกเลี่ยงตะเกียบไม้แบบใช้ครั้งเดียว เพราะกระบวนการฆ่าเชื้อและเก็บรักษาอาจไม่สะอาดพอ ทางที่ดีที่สุดคือพก ตะเกียบส่วนตัว ที่สะอาดและปลอดภัยไปใช้เอง

ภาพประกอบ

แพทย์แนะนำว่า ทุก ๆ 3 เดือน ควรตรวจเช็กตะเกียบในบ้านทั้งหมด หากพบว่าตะเกียบไม้มีเชื้อรา สีเปลี่ยน หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรทิ้งทันที

ขอบคุณที่มาจาก SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน