เผยอาหารบางประเภท อาจเป็นปัจจัยสำคัญ ตัวเร่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิง งานวิจัยชี้เสี่ยงเพิ่ม 45%
เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า งานวิจัยใหม่ชี้ว่าอาหารบางประเภทอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนอายุน้อย โดยเฉพาะในผู้หญิง ชี้เสี่ยงเพิ่ม 45% แต่ผู้ชายก็ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งลำไส้ใหญ่เคยถูกมองว่าเป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุ แต่จำนวนผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 55 ปียังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคปี 1990
ล่าสุด ดร.คริสตีน โมลเมนติ รองศาสตราจารย์และนักระบาดวิทยามะเร็งจาก Northwell Health ออกมาเผยว่า ในการศึกษา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้วิเคราะห์ข้อมูลจากพยาบาลหญิงจำนวน 29,105 คนที่ไม่มีประวัติมะเร็งมาก่อน
ตลอดช่วงเวลา 24 ปี นักวิจัยพบผู้เข้าร่วม 1,189 คนที่พัฒนาเป็นติ่งเนื้อชนิด adenoma และ 1,598 คนที่มีรอยโรคแบบ serrated ทั้งสองชนิดถือเป็นติ่งเนื้อก่อนมะเร็งที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
จากแบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารทุก 4 ปี นักวิจัยพบว่าผู้หญิงที่รับประทานอาหารอัลตร้าโปรเซส (Ultra-processed foods) มากที่สุดมี ความเสี่ยงเกิดติ่วเนื้อ adenomas สูงขึ้นถึง 45% ถือเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญมาก
รองศาสตราจารย์ อธิบายว่า อาหารอัลตร้าโปรเซส (อาหารแปรรูปขั้นสูง) มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ และมักประกอบด้วยสารเติมแต่ง เช่น สีสังเคราะห์ สารปรุงแต่งรส สารกันเสีย สารทำให้คงตัว และอื่นๆ แม้สารเหล่านี้จะช่วยยืดอายุสินค้า แต่กลับทำลายสุขภาพและไม่ช่วยป้องกันมะเร็ง
ตัวอย่างเช่น ขนมปังสำเร็จรูปที่ขายทั่วไป หลายยี่ห้อมีสีย้อมผสม น้ำมันถั่วเหลือง เมล็ดพืชที่ผ่านการแปรรูปอย่างหนัก และส่วนผสมอื่นๆ ที่ไม่พบตามธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรค
“อาหารขยะและอาหารอัลตร้าโปรเซสสามารถทำลายไมโครไบโอมในลำไส้ ก่อให้เกิดการอักเสบ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญ จนร่างกายและลำไส้ทำงานไม่สัมพันธ์กัน” โมลเมนติกล่าว
“นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมงานวิจัยนี้จึงพบความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 ปีที่บริโภคอาหารประเภทนี้มาก”
เธอยังเสริมว่า หากทำการศึกษากับผู้ชาย อาจให้ผลลัพธ์คล้ายกัน เพราะไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าปัจจัยเสี่ยงจะแตกต่างกันระหว่างเพศ
เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารแปรรูปดังกล่าว โมลเมนติแนะนำให้อ่านส่วนผสมก่อน แม้แต่ก่อนดูตารางโภชนาการ แต่หากไม่เข้าใจส่วนผสมใดๆ ก็พยายามหลีกเลี่ยง
เธอยังแนะนำให้ทำอาหารเองให้มากที่สุด และเตรียมวัตถุดิบเพื่อสุขภาพไว้ล่วงหน้า เช่น ผักผลไม้ล้างและหั่นพร้อมรับประทานในตู้เย็น และการปรับพฤติกรรมการกิน