นักร้องสาวเพลงดังร่ำไห้ อนาคตพังจากมีงานชื่อเสียง หมดไม่เหลือซ้ำยังเป็นหนี้ หลังถูกน้องชายนางเอก ให้ความหวังลวงเงินก้อนใหญ่ไม่คืน ทวงถามนางเอกก็ให้ไปคุยกันเอง เผยถูกไล่ให้ไปจบชีวิต
ที่สำนักงานมูลนิธิทนายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม อดีตนักร้องสาวลูกทุ่งชื่อดัง เจ้าของเสียงเพลง สาวเลยยังรอ , สาวไร้ปริญญา เดินทางจากจังหวัดขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เพื่อขอให้ช่วยเหลือติดตามเงินที่ถูกน้องชายแท้ๆ ของนางเอก หลอกเงินไปกว่า 600,000 บาท
เจ้าตัวเล่าทั้งน้ำตาว่า สมัยที่โด่งดังมีชื่อเสียงได้รู้จักกับนางเอกคนนี้ ซึ่งถามตนว่ามีแฟนหรือยัง ตนก็บอกไปว่ายังไม่มี นางเอกคนนี้จึงแนะนำน้องชาย อายุ 47 ปีให้กับตน ตนจึงคบหาพูดคุยกันจนกระทั่งมีความสัมพันธ์ ตลอดเวลาน้องชายของนางเอกคนนี้ได้เอ่ยปากขอยืมเงินตนเอง เพื่อไปลงทุนทำกิจการคาร์แคร์
ตนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อให้เขาเอามาลงทุน ระยะหลังเขาก็ทำตัวเหินห่าง แล้วบอกเลิกกับตน ตนพยายามทวงเงินที่ยืมไปแต่เขาก็คืนเงินมาเพียงครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือตนต้องติดหนี้นอกระบบ เจอทั้งต้นทั้งดอกร้อยละ 10 ทำให้ชีวิตต้องลำบาก
พยายามติดต่อทวงถามผ่านไปทางนางเอก ซึ่งเขาก็บอกให้ไปคุยกันเอง ไม่รับรู้ และอ้างว่าถูกไล่ให้ไปจบชีวิต และยังด่าทอต่างๆ นานา ทำให้ทุกวันนี้ตนต้องลำบาก อาศัยเพื่อน ติดรถเพื่อนไปขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด จึงอยากให้ทนายรณรงค์ช่วยติดตามหนี้สินให้ตนด้วย
ด้าน ทนายรณณรงค์ โพสต์ข้อกฎหมายด้วยว่า
“เรื่องจริงจากอดีตนักร้องสาว… ถูกคนหน้าตาดีหลอกยืมเงินจนหมดตัว
ชีวิตที่เคยมีอนาคตในวงการเพลง กลับต้องพังเพราะ “ความรักที่ไม่จริงใจ”
วันนี้มีอดีตนักร้องลูกทุ่งสาวคนหนึ่ง
ซึ่งเคยออกอัลบั้มถึง สองชุดในค่ายเพลงใหญ่
เดินเข้ามาปรึกษาผมด้วยความทุกข์และน้ำตาคลอ”
“จากคนที่เคยมีงาน มีชื่อเสียง
ทุกวันนี้ต้อง ขายเสื้อผ้ามือสองตามตลาดนัด
เพื่อประคองชีวิตตัวเองให้รอดในแต่ละวัน
ต้นเหตุเริ่มจาก…
เธอไปมีความสัมพันธ์กับ “น้องชายของคนที่อยู่ในวงการบันเทิง”
ผู้ชายลักษณะดี หน้าตาหล่อ พูดจาน่าเชื่อถือ
เข้ามาทำทีให้ความหวัง ดูแล เอาใจ
จนเธอเปิดใจ…และเปิดกระเป๋าตามไปด้วย”
“ช่วงแรกทุกอย่างหวาน
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
ผู้ชายเริ่ม “ยืมเงิน”
ขอทีละนิด…แล้วเพิ่มเรื่อย ๆ
โดยอ้างธุรกิจมีปัญหา มีเรื่องเดือดร้อนในครอบครัว
จนในที่สุด เธอถูก ยืมจนหมดตัว
บัตรเครดิตเต็มวงเงิน
หนี้สินรุงรัง
งานในวงการก็ขาดช่วง
ชีวิตพังลงในเวลาไม่นาน
สุดท้าย ผู้ชายหายไป
ปล่อยให้เธอเผชิญหนี้เพียงลำพัง”
“เธอบอกผมว่า…
“อย่าเชื่อผู้ชายที่เข้ามาทำให้เรารู้สึกพิเศษ แต่จบลงด้วยการขอเงิน”
และฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า
ถ้าผู้ชายคนไหนเริ่มพูดคำว่า “ขอยืมเงินหน่อย”
วันนั้นแหละ…ควรเป็นวันที่คุณบอกลา ไม่ใช่วันที่คุณยอมช่วย
ความรักที่ดี “ไม่เบียดเบียนกัน”
และคนที่รักคุณจริง จะไม่มีวันทำให้คุณล้มทั้งยืน
เหมือนที่เธอต้องเจ็บอย่างแสนสาหัส
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่บทเรียนของเธอ
แต่มันคือเสียงเตือนให้คนอีกมากมายไม่ต้องเจ็บซ้ำแบบเดียวกัน”
“เพื่อให้ชัดเจน เราต้องดู ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2 เรื่องคือ
(1) การให้โดยเสน่หา
(2) การกู้ยืมเงิน”
“1) การให้โดยเสน่หา – มาตรา 521 ป.พ.พ.
กฎหมายเขียนว่า
มาตรา 521
“การให้ คือ การที่บุคคลคนหนึ่ง โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้เปล่า แก่อีกบุคคลหนึ่ง และอีกฝ่ายยอมรับทรัพย์สินนั้น”
แปลแบบภาษาชาวบ้านคือ
ถ้าให้เพราะ “เต็มใจให้” และ “ให้ฟรี” = เป็นการให้โดยเสน่หา
ไม่มีสิทธิไปทวงคืน
แต่…
ในคดีคู่รัก
ถ้ามีการพูดว่าจะคืน
หรือ
มีการอ้างเหตุผลเดือดร้อนเพื่อยืม
หรือ
มีสลิปการโอน + แชททวงถาม
ถือว่าเป็น “การกู้ยืม” ไม่ใช่การให้
ทำให้ ฟ้องทวงคืนได้”
“2) การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท – มาตรา 653 ป.พ.พ.
กฎหมายกำหนดว่า
มาตรา 653
• การกู้เงิน เกิน 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
• หรือมี หลักฐานใด ๆ อย่างหนึ่งที่ยืนยันได้ว่ามีการกู้กันจริง
ไม่ต้องทำสัญญาเป็นกระดาษก็ได้
ทุกวันนี้ศาลถือว่า
• สลิปโอน
• แชท
• ไลน์
• ข้อความรับสภาพหนี้
= เป็นหลักฐานเพียงพอ
ดังนั้น แค่มี “สลิปโอน + แชทขอเงิน + แชทรับปากว่าจะคืน”
ก็เพียงพอแล้วในการฟ้อง”
“#ผู้หญิงต้องรอด
#ผู้ชายยืมเงินอย่าเสียเวลา
#รักแท้ไม่ขอเงิน
#ทนายรณรงค์
#คดีฉ้อโกงความรัก
#บทเรียนความสัมพันธ์
#ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้
#เตือนภัยความรัก
#อย่าปล่อยให้ใครทำร้ายอนาคตคุณ”
