เจ้าของ บ้านหลังเดียว น้ำไม่ท่วมในสงขลา เปิดใจอะไรคืออุปกรณ์สำคัญที่สุด ใช้เวลาทำ 1ชม.อย่างไรให้รอดจากน้ำท่วม จัดการท่อน้ำทิ้งยังไง ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ wicharit Leelakorn โพสต์ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา ซึ่งเผยให้เห็นว่าบ้านของตนเองเป็นเพียงหลังเดียวในโครงการหมู่บ้านที่ไม่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากเจ้าของบ้านได้เตรียมอุปกรณ์และวางระบบป้องกันไว้ล่วงหน้า ทำให้ภาพดังกล่าวถูกแชร์อย่างมาก และมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสอบถามขั้นตอนการรับมือและวิธีทำอย่างละเอียด
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พ.ย.2568 นายวิชาฤทธิ์ ลีลากร เจ้าของบ้านดังกล่าว ได้เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์‘ ว่า บ้านของตนตั้งอยู่ใน ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ใกล้พื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งปกติแล้วจะเจอกับน้ำป่ามากกว่าน้ำท่วมขังยาวนาน

เจ้าของ บ้านหลังเดียว น้ำไม่ท่วมในสงขลา เปิดใจอะไรคืออุปกรณ์สำคัญที่สุด ใช้เวลาทำ 1ชม.อย่างไรให้รอดจากน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุครั้งนี้มีสัญญาณเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าฝนจะตกหนัก และเมื่อฝนเริ่มตกตนก็สังเกตว่าน้ำขึ้นเร็วกว่าปกติ จากเดิมที่เคยท่วมเพียง 2 ชั่วโมง แต่รอบนี้ถือว่าหนักที่สุด
คืนแรกที่น้ำหลากเข้าบ้าน ตนแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว หลังเคลียร์ธุระกับแฟนจบก็มืดค่ำแล้ว ก่อนเห็นว่าน้ำเริ่มลดและรถเริ่มวิ่งได้ตามปกติ จึงรีบออกไปซื้อเครื่องปั่นไฟ ผ้าใบ และอุปกรณ์อื่น ๆ เพราะประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง
จากนั้นรีบกลับเข้าหมู่บ้านเพราะน้ำเริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ก่อนลงมือทำระบบป้องกันน้ำร่วมกับแฟน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย และในรอบถัดมาที่น้ำขึ้นสูง บ้านของตนไม่ถูกน้ำท่วมอีกเลย แต่ยังมีน้ำซึมมาบ้าง
อุปกรณ์สำคัญที่สุดคือ “เครื่องปั่นไฟ” เพราะหากไฟดับจะไม่สามารถใช้ปั๊มน้ำดูดน้ำออกจากบ้านได้ โชคดีว่าตนเลี้ยงปลาอยู่แล้ว จึงมีปั๊มน้ำหลายตัว ส่วนวัสดุหลักที่ใช้ป้องกันคือ “ผ้าใบ” และ “เหล็ก” โดยนำผ้าใบมาวัดให้พอดีกับประตูบ้าน ใช้เหล็กกดทับและผูกติดกับรั้วเพื่อกันแรงน้ำ ขณะเดียวกันก็อุดท่อน้ำทิ้งด้วยผ้าและก้อนหิน เพื่อไม่ให้น้ำย้อนเข้ามาในบ้าน
ไอเดียทั้งหมดเกิดจากการศึกษาจากยูทูบและประสบการณ์ของต่างประเทศ แล้วนำมาปรับใช้กับบ้านของตน ซึ่งผลลัพธ์ออกมาดีกว่าที่คิด พร้อมยอมรับว่าหากทำตั้งแต่รอบแรก บ้านคงไม่โดนน้ำท่วมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
นอกจากนี้ บ้านของตนยังเป็นหลังเดียวในโครงการที่ไฟไม่ดับ ทำให้เพื่อนบ้านและชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือนในโครงการเข้ามาขอใช้ไฟชาร์จมือถือ พาวเวอร์แบงก์ รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ตลอดทั้งวัน โดยตนเปิดให้ใช้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย เนื่องจากตนเป็นประธานหมู่บ้าน และต้องการช่วยเหลือทุกคนในช่วงเวลาวิกฤต
นายวิชาฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วิธีการป้องกันน้ำไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนสามารถทำได้หากมีการเตรียมตัวล่วงหน้า โดยเฉพาะบ้านที่ระดับน้ำไม่สูงมาก พร้อมฝากข้อคิดถึงผู้ประสบภัยว่า “อย่ารอหน่วยงานช่วยอย่างเดียว เพราะเวลาน้ำท่วมหนัก เจ้าหน้าที่อาจเข้าถึงช้า ควรช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด” และย้ำว่าหากมีการเตือนให้อพยพ ควรออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว







