ดวงเฮงมาก! คุณตาชาวจีน เข้าป่าขุดหาไส้เดือน สุดพีก! เจอวัตถุโบราณล้ำค่า หนัก 30 กิโลกรัม ยังใช้งานได้อยู่ ประเมินเบื้องต้น อายุกว่าพันปี

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ เกิดเหตุค้นพบโบราณวัตถุครั้งสำคัญในประเทศจีน เมื่อชาวบ้านในเขตหลิ่วเฉิง มณฑลกวางซี พบ “กลองโบราณเนื้อทองสัมฤทธิ์” สภาพสมบูรณ์ระหว่างขุดไส้เดือนในป่าไผ่ริมแม่น้ำ

โดยกลองมีเส้นผ่านศูนย์กลางหน้า 69 เซนติเมตร สูง 44 เซนติเมตร และหนักถึง 30 กิโลกรัม ด้านหน้าแกะลายดวงอาทิตย์และมีรูปกบ 4 ตัวประดับโดยรอบ เมื่อเคาะยังคงให้เสียงใสชัดเจน

สื่อท้องถิ่น หนานกว๋อจินเป่า รายงานว่า นายหยาง เจี้ยนชิว ชาวบ้านหมู่บ้านหนาน เมืองต้าปู้ พบกลองโบราณเนื้อทองสัมฤทธิ์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน หลังรู้สึกว่าจอบกระทบวัตถุแข็งในดิน เมื่อลองขุดลึกลงไปจึงพบกลองโบราณโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน เขาจึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ด้านโบราณวัตถุ

วันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์หลิ่วเฉิง นายเหลี่ยว กุ้ยอิน พร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่และนำกลองกลับไปเก็บรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ค้นพบเพื่อยกย่องการช่วยกันอนุรักษ์โบราณวัตถุ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กลองโบราณเนื้อทองสัมฤทธิ์ดังกล่าวเป็นแบบดั้งเดิมที่ไม่มีส่วนฐานและภายในกลวง รูปทรงช่วงเอวคอด ช่วงอกพอง ลวดลายบนตัวกลองสะท้อนเอกลักษณ์ของชนเผ่าทางตอนใต้ โดยเฉพาะลายวงแสง 18 แถวรอบดวงอาทิตย์ และกบทั้ง 4 ตัวซึ่งหันไปตามทิศเหนือ–ใต้–ออก–ตก นอกจากนี้ยังมี “หูจับ” กลองสองด้านและลวดลายหลากหลายบนลำตัวกลอง

แม้ถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานนับพันปี โครงสร้างกลองยังคงสมบูรณ์ และสามารถให้เสียงก้องใสเมื่อเคาะ ชาวบ้านบางรายเล่าว่า บริเวณนี้เคยมีการขุดดินสร้างบ้านในช่วงทศวรรษ 1960 แต่กลับไม่พบกลองดังกล่าว จนมาโผล่อีกครั้งในยุคปัจจุบันด้วยความบังเอิญ

นายเหลี่ยว ระบุว่า กลองโบราณเนื้อทองสัมฤทธิ์เป็นเครื่องดนตรีและสัญลักษณ์อำนาจของกลุ่มชนตระกูลภาษาจ้วง–ต้งในอดีต ใช้ทั้งในพิธีกรรม การสื่อสารทางทหาร และแสดงฐานะทางสังคม มีประวัติย้อนไปได้กว่า 2,700 ปี

เบื้องต้นคาดว่ากลองที่พบน่าจะสร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเป็นระยะเวลากว่าพันปีมาแล้ว การขุดพบในหลิ่วเฉิงยิ่งสะท้อนว่า อดีตของพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นจุดเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมสำคัญ

ขณะนี้พิพิธภัณฑ์ได้รายงานการค้นพบต่อหน่วยงานกำกับดูแลโบราณวัตถุระดับเขตปกครองตนเอง และรอการตรวจสอบอย่างละเอียด นักวิชาการคาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการวิเคราะห์ จะทำให้ทราบประวัติ ความหมายทางวัฒนธรรม และบทบาทของกลองโบราณชิ้นนี้ในสังคมยุคโบราณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ที่มา ETtoay

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน