อุตุฯ เผยรอบนี้ซ้อมหนาว รอบหน้า จัดหนักยาวๆ เริ่ม 15 ธ.ค.นี้ อุณหภูมิลดลง 3–5 องศาเซลเซียส ขณะที่คาดหมายอากาศ 7 วันล่วงหน้า ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันที่ 11 ธ.ค.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศ ระบุว่า รอบนี้ซักซ้อมหนาวไปก่อนนะคะ รอบหน้า จัดหนักไปยาวๆ เริ่ม 15 ธ.ค. เป็นต้นไป

อุตุฯ คาดหมายอากาศทั่วไป 10 – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568

  • ช่วงวันที่ 11–13 ธ.ค.

ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง

ในขณะที่จะมีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่

  • จากนั้นในช่วงวันที่ 14–16 ธ.ค.

ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลง และมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 3–5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน

  • สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 11–13 ธ.ค.

ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ทั้งนี้เนื่องจากจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

  • ส่วนช่วงวันที่ 14-16 ธ.ค.

ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11–13 ธ.ค. 68 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน อ่าวไทย และภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่
และฝนตกหนักมากบางแห่ง

ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 11–16 ธ.ค. ขอให้เกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบนเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง
ส่วนภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค 10–16 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ภาคเหนือ

ช่วงวันที่ 10–11 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 13–20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27–32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 15–23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29–34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-18 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 15-16 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 13–20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25–30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 15–23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนช่วงวันที่ 14-16 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 12–18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง

ช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 19–24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 15-16 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 16–22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค.
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1–2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 19–25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31–34 องศาเซลเซียส
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 15-16 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 17–23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29–32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ช่วงวันที่ 11–13 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักมากบางแห่ง บริเวณตอนกลางและตอนล่างของภาค
ส่วนในช่วงวันที่ 14–16 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณตอนล่างของภาค

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20–40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 19–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28–34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ช่วงวันที่ 11–16 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 21–25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28–34 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 21–25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31–34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 15-16 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 19–23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29–32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุตุฯ

อุตุฯ เผยรอบนี้ซ้อมหนาว รอบหน้า จัดหนักยาวๆ เริ่ม 15 ธ.ค.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน