เปิดเคส ผู้ป่วยวัย 65 ปี จุกแน่นลิ้นปี่ นึกว่าเป็นโรคกระเพาะ แต่ไปหาหมออาการรุนแรงกว่าที่คิด เพจดังแนะ ถ้า“รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม” ให้รีบมาโรงพยาบาล

วันที่ 18 ธ.ค.2568 เพจ Tensia ให้ข้อมูลด้านสุขภาพ ความว่า จุกแน่นลิ้นปี่เหมือนเดิม แต่รอบนี้ มันไม่ใช่กระเพาะ

อาการจุกแน่นลิ้นปี่ เป็นอาการที่คนจำนวนมากคุ้นเคย โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว หรือเคยเป็น “โรคกระเพาะ” มาก่อน และเคสนี้ก็เช่นกัน

หญิงอายุ 65 ปี มีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ค่อยดีนัก ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มักมีอาการจุกแน่นลิ้นปี่เป็นๆ หายๆ ลมตีขึ้น แน่นท้อง กินยาลดกรดแล้วมักจะดีขึ้น

ลูกสาวพยายามชวนไปพบแพทย์หลายครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธแทบทุกครั้ง เพราะ “มันก็เหมือนเดิม ไม่เห็นเป็นอะไรมาก” จนกระทั่งวันเกิดเหตุ อาการจุกแน่นลิ้นปี่กลับมาอีกครั้ง แต่รอบนี้ กินยาแล้ว ไม่ดีขึ้น

ความแน่นไม่ได้ทุเลา กลับยิ่งแน่น ยิ่งอึดอัด เริ่มมีเหงื่อแตก หน้าซีด นั่งไม่ติด เดินไปมาเหมือนหาท่าที่สบายไม่ได้ ลูกสาวเริ่มรู้สึกว่า “มันไม่เหมือนทุกครั้ง” สุดท้ายจึงตัดสินใจพาแม่มาโรงพยาบาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยยอมมาเลย

จุกแน่นลิ้นปี่ หมอตรวจเจอหนักกว่าที่คิด

ที่ห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยยังคงบ่น จุกแน่นลิ้นปี่อย่างรุนแรง ขอยาฉีดโรคกระเพาะ เพราะเคยได้แล้วดีขึ้นในอดีต แพทย์ซักประวัติอย่างรวดเร็ว อาการหลักยังคงเป็นจุกแน่น

แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ

  • ความแน่น “แรงกว่าปกติชัดเจน”
  • มีเหงื่อแตก
  • สีหน้าดูเจ็บปวดผิดจากอาการกระเพาะทั่วไป

แพทย์จึงไม่รอ และตัดสินใจตรวจเพิ่มทันที คลื่นไฟฟ้าหัวใจถูกติดขึ้นอย่างรวดเร็ว และทันทีที่ผลออกมา ทิศทางของเคสก็เปลี่ยนไปทั้งหมด

คลื่นไฟฟ้าหัวใจแสดงสัญญาณ ผนังหัวใจด้านล่างกำลังขาดเลือดอย่างรุนแรง (ST elevation ใน leads II, III และ aVF) ร่วมกับอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้า ตรงจุดนี้เอง ที่ทำให้เข้าใจว่า อาการจุกแน่นลิ้นปี่ที่เป็นอยู่ ไม่ใช่จากกระเพาะอาหาร

เพราะผนังหัวใจด้านล่าง มีการส่งสัญญาณความเจ็บปวด ไปยังบริเวณลิ้นปี่ได้ อาการจึงอาจแสดงออกมาเป็น “จุกแน่นลิ้นปี่” แทนที่จะเป็นแน่นหน้าอกร้าวแขนแบบคลาสสิก

โดยเฉพาะใน

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้หญิง
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่เส้นประสาทรับความรู้สึกไม่ดี

ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เข้าเกณฑ์ครบทุกข้อ

แต่แพทย์ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะผนังหัวใจด้านล่าง เป็นบริเวณที่เชื่อมโยงกับ หัวใจห้องล่างขวา
และถ้าห้องล่างขวาขาดเลือด แนวทางการรักษาจะต่างจากหัวใจห้องล่างซ้ายอย่างสิ้นเชิง

แพทย์จึงติดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพิ่ม ในตำแหน่งขั้วพิเศษด้านขวา (V3R, V4R) และผลก็ชัดเจนตามที่กังวล พบสัญญาณ หัวใจห้องล่างขวาขาดเลือดอย่างรุนแรง

สรุป ณ จุดนั้น อาการจุกแน่นลิ้นปี่ทั้งหมด เกิดจาก หัวใจห้องล่างขวาขาดเลือดเฉียบพลัน
และเซลล์หัวใจกำลังเข้าสู่ภาวะตาย ทีมแพทย์จึงให้การรักษาเบื้องต้นทันที และรีบติดต่อแพทย์หัวใจ เพื่อนำผู้ป่วยขึ้นห้องสวนหัวใจฉุกเฉิน

ผลการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ พบว่า หลอดเลือดหัวใจขวา (RCA) ตันสนิท คาดว่าเกิดจาก
คราบไขมันที่ตีบมานาน จนกระทั่งผิวหลอดเลือดปริ เกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน

หลังเปิดหลอดเลือดได้ ผู้ป่วยต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อ เนื่องจากมีภาวะความดันโลหิตตก
เพราะหัวใจห้องล่างขวา ยังบีบดันเลือดไปปอดได้ไม่ดี เป็นช่วงเวลาวิกฤติอยู่พักใหญ่ แต่ในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้

สิ่งที่อยากฝากจากเคสนี้

  1. อาการจุกแน่นลิ้นปี่ ไม่ใช่กระเพาะเสมอไป โดยเฉพาะถ้าอาการแรงกว่าปกติ หรือ ไม่เหมือนเดิม
  2. หัวใจขาดเลือด อาจไม่แสดงเป็นแน่นหน้าอกร้าวแขน โดยเฉพาะในผู้หญิง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเบาหวาน
  3. อาการร่วมอย่างเหงื่อแตก หน้าซีด อึดอัดผิดปกติ คือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
  4. สุขภาพไม่ใช่เรื่องที่ดูแลเฉพาะตอนว่าง แต่เป็นทักษะที่ต้องดูแลตลอดชีวิต เพราะเราไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดกับใคร หรือเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ถ้าจุกแน่นลิ้นปี่ แล้ว “รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม” มาโรงพยาบาลเถอะค่ะ ดีกว่ารู้คำตอบช้าเกินไป

ที่มา : Tensia

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน