เช็กสัญญาณอันตราย “หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” อาการแบบไหนรอไม่ได้ จำเป็นต้องผ่าตัด หมอ ชี้ เพราะถ้ารอ เส้นประสาทอาจเสียหายถาวร
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกและข้อ โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก ‘หมอเก่งกระดูกและข้อ’ เกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ระบุว่า ปวดคอร้าวลงแขน ชามือ… เป็น “หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม? เช็กสัญญาณอันตรายที่บอกว่า “รอไม่ได้แล้ว”
“หมอครับ… ถ้าผมไม่ผ่าตัด ผมจะเป็นอัมพาตไหม?” นี่คือคำถามแรกที่ผมมักจะได้รับเสมอ เวลาแจ้งคนไข้ว่า “คุณเป็นโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาทนะครับ”
แววตาของคนไข้และญาติมักจะเต็มไปด้วยความกังวล เพราะคอคือจุดสำคัญ เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทที่ส่งต่อไปทั้งร่างกาย ความกลัวเรื่องการผ่าตัดคอจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้มากๆ ครับ
คนไข้หลายคนทนเจ็บ กินยาแก้ปวดเป็นกำๆ ยอมไปนวดดัดดึงจนระบม เพราะ “กลัวมีดหมอ” จนบางครั้งอาการลุกลามไปจนถึงจุดที่กู้คืนยาก
วันนี้หมอจะคุยเรื่องนี้ให้ฟังอย่างละเอียดครับ ว่าจริงๆ แล้วโรคนี้ 90% รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด… แต่เมื่อไหร่ล่ะ? ที่การผ่าตัดคือทางรอดเดียวที่คุณต้องรีบตัดสินใจ
เกิดอะไรขึ้นในคอของเรา? (ฉบับเข้าใจง่าย) ลองจินตนาการว่ากระดูกคอของเราเหมือน “ตึก 7 ชั้น” ครับ ระหว่างชั้นจะมี “หมอนรองกระดูก” ที่เปรียบเสมือน “โช้คอัพ” หรือนวมนิ่มๆ คั่นกลาง เพื่อกันกระแทกและทำให้เราก้มเงยคอได้
แต่พอเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานคอหนัก (เช่น ก้มเล่นมือถือวันละหลายชั่วโมง) เจ้าโช้คอัพนี้มันจะเริ่ม “ยางแตก” ครับ
1. ทรุดตัว : หมอนรองกระดูกแฟบลง ทำให้ข้อต่อกระดูกด้านหลังต้องรับน้ำหนักแทน จนเกิดหินปูนงอก
2. ปลิ้น : เจลข้างในหมอนรองกระดูก ทะลักออกมาทางด้านหลัง
ปัญหามันเกิดตรงที่ “ด้านหลัง” ของกระดูกคอ มันมี “สายไฟเมน” (ไขสันหลัง) และ “สายไฟย่อย” (เส้นประสาท) วิ่งผ่านครับ พออะไรก็ตามไปเบียดสายไฟพวกนี้ อาการปวดและชาจึงเกิดขึ้น
อาการแบบไหน? คือหมอนรองกระดูกคอเสื่อม
อาการจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ตามความรุนแรงครับ
ระดับ 1 : ปวดคอ (Neck Pain) ปวดตื้อๆ ที่คอ บ่า สะบัก บางทีร้าวขึ้นท้ายทอยหรือขมับ มักเป็นตอนตื่นนอน หรือนั่งทำงานนานๆ อันนี้เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งและข้อต่ออักเสบ ยังไม่โดนเส้นประสาทครับ
ระดับ 2 : ทับเส้นประสาท (Radiculopathy) อันนี้เริ่มทรมานครับ จะมีอาการ “ปวดร้าวลงแขน” เหมือนไฟช็อต วิ่งจี๊ดจากคอ ลงไปที่ไหล่ แขน หรือนิ้วมือ ร่วมกับอาการ “ชา” หรือ “อ่อนแรง” เช่น ยกของหลุดมือ
ระดับ 3 : ทับไขสันหลัง (Myelopathy) อันตรายสุด! เมื่อโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบจนกดทับ “ไขสันหลัง” (แกนกลาง) อาการจะไม่ได้อยู่ที่คอแล้วครับ แต่จะไปออกที่การทรงตัวและมือ
- เดินเซ เหมือนคนเมา ขาแข็งๆ
- มือเกร็ง เขียนหนังสือลายมือเปลี่ยน ติดกระดุมเสื้อลำบาก
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
คำถามสำคัญ : ไม่ผ่าตัดได้ไหม?
คำตอบคือ : “ได้ครับ และได้ผลดีมากด้วย”
ข่าวดี คือ คนไข้ที่เป็นโรคนี้ ประมาณ 80-90% อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ ร่างกายคนเรามีความมหัศจรรย์ในการซ่อมแซมตัวเอง ส่วนที่ปลิ้นออกมาสามารถยุบลงได้บ้าง หรือร่างกายปรับตัวจนชินได้ หากได้รับการรักษาที่ถูกทาง
แนวทางการรักษาแบบ “ไม่ผ่าตัด” (Conservative Treatment)
หมอจะเริ่มจากบันไดขั้นแรกเสมอครับ และจะใช้เวลาดูอาการประมาณ 6-12 สัปดาห์
1.ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด) : เลิกก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ ปรับจอคอมให้อยู่ระดับสายตา เปลี่ยนหมอนหนุนคอให้พอดี ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป เพื่อให้คออยู่ในท่าพัก
2.ยา : ยาลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือ “ยาบำรุงปลายประสาท” เพื่อลดอาการปวดจี๊ดๆ
3.กายภาพบำบัด : การใช้อัลตราซาวด์ลดปวด และการบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงกระดูก
4.การฉีดยา (Intervention) : ถ้ากินยาก็แล้ว กายภาพก็แล้ว ยังปวดอยู่ หมออาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงเส้นประสาท เพื่อลดการบวมฉับพลัน ซึ่งช่วยให้คนไข้หายปวดและกลับไปใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แล้วเมื่อไหร่… ที่ต้องผ่าตัด? (Red Flags)
แม้หมอจะเชียร์ให้เลี่ยงการผ่าตัด แต่มีบางสถานการณ์ที่เรา “รอไม่ได้” ครับ เพราะถ้ารอ เส้นประสาทอาจเสียหายถาวร (กู้ไม่กลับ)
ถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้ “การผ่าตัดคือทางเลือกที่ดีที่สุด” ครับ
1.”แขนขาอ่อนแรง” ชัดเจน เช่น กระดกข้อมือไม่ขึ้น กำมือไม่มีแรง ของหลุดมือบ่อยๆ หรือเดินลากขา นี่คือสัญญาณว่าเส้นประสาทกำลัง “โคม่า” ขืนปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้อจะฝ่อลีบและอาจไม่ฟื้นคืนมาแม้จะผ่าตัดภายหลัง
2.มีอาการกดทับไขสันหลัง (Myelopathy) อาการที่หมอบอกไปข้างต้น คือ เดินเซ มือเกร็งใช้งานไม่ถนัด (สังเกตง่ายๆ คือติดกระดุมเสื้อไม่ได้ ใช้ตะเกียบไม่ได้) ภาวะนี้อันตรายมากครับ เพราะถ้าหกล้มหรือคอกระแทกเพียงเบาๆ อาจทำให้เป็นอัมพาตได้ทันที จึงแนะนำให้ผ่าตัดโดยเร็ว
3.รักษาเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน “ไม่หาย” กินยาแล้ว กายภาพแล้ว ฉีดยาแล้ว แต่อาการปวดร้าวลงแขนยังรุนแรงจนนอนไม่ได้ ทำงานไม่ได้ รบกวนคุณภาพชีวิตอย่างหนัก
การผ่าตัดสมัยใหม่…น่ากลัวอย่างที่คิดไหม? ภาพจำการผ่าตัดคอสมัยก่อนที่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ ใส่เฝือกคอแข็งๆ เป็นเดือน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้วครับ
เทคโนโลยีปัจจุบันก้าวหน้ามาก :
– แผลเล็ก: การผ่าตัดมักใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) แผลเล็กซ่อนอยู่ในรอยพับคอ แทบมองไม่เห็น
– เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว: ผ่าตัดเสร็จ วันรุ่งขึ้นส่วนใหญ่ลุกเดินได้เลย นอนโรงพยาบาลแค่ 1-2 คืน
ทางเลือกหลากหลาย :
– การเชื่อมข้อ (ACDF): เอาหมอนรองกระดูกที่เสียออก แล้วใส่กรงไทเทเนียมเข้าไปแทน (ข้อนั้นจะขยับไม่ได้ แต่หายปวด)
– การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement): เปลี่ยนใส่ของเทียมที่ขยับได้เหมือนธรรมชาติ เหมาะกับคนอายุน้อยที่ข้อต่อยังไม่เสื่อมมาก
สิ่งที่หมออยากฝาก “ความกลัว” คือศัตรูที่น่ากลัวกว่า “โรค” ครับ การเป็นหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ไม่ได้แปลว่าต้องจบที่การผ่าตัดเสมอไป คนส่วนใหญ่หายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด
แต่สิ่งสำคัญคือ “การเฝ้าระวังตัวเอง” ครับ ถ้าท่านมีแค่ปวดคอ ปวดไหล่ ก็ให้รีบดูแล รักษาแบบประคับประคองได้เต็มที่ แต่ถ้าเมื่อไหร่เริ่มมีอาการ “อ่อนแรง เดินเซ มือเกร็ง” ขอให้รีบมาพบแพทย์เฉพาะทางทันทีครับ
“อย่ารอจนเส้นประสาทเสียหายเกินเยียวยา เพราะเป้าหมายของการรักษา ไม่ใช่แค่ให้หายปวด แต่คือการรักษาคุณภาพชีวิตให้ท่านกลับมามีความสุขกับลูกหลานได้ยาวนานที่สุดครับ” ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ระบุ
ที่มา หมอเก่งกระดูกและข้อ เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ 26 ธ.ค. 2568