หญิงวัย 66 ปี กินแตงกวาวันละ 3 มื้อ ผ่านไป 3 เดือน ผลตรวจสุขภาพทำแพทย์ประหลาดใจ ค่าทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แพทย์ชี้ หัวใจสำคัญคือกินให้ถูกวิธี
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569
สื่อจีนรายงานกรณีที่ได้รับความสนใจในวงการสุขภาพอย่างมาก หลังแพทย์แผนจีนรายหนึ่งเล่าเรื่องผู้ป่วยหญิงวัย 66 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมการรับประทานแตงกวาเป็นประจำทุกมื้อ วันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องนานถึง 3 เดือน ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพตามนัด ผลตรวจที่ออกมากลับทำให้แพทย์ถึงกับประหลาดใจ เนื่องจากค่าระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือด ล้วนอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
แตงกวา ผักราคาย่อมเยา ที่หาซื้อได้ทั่วไปในตลาด มักถูกมองว่าเป็นเพียงอาหารคลายร้อน แต่หากรับประทานอย่างเหมาะสม กลับมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพในหลายด้าน ทั้งการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือด โดยที่หลายคนอาจไม่คาดคิด

ภาพประกอบ
แพทย์เล่าว่า หญิงรายดังกล่าวรับประทานแตงกวาในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยำแตงกวาแบบเย็น แตงกวาทุบ แตงกวาผัดไข่ หรือซุปแตงกวา ในทุกมื้ออาหารของเธอมีแตงกวาเสมอ ไม่เคยขาดเลยตลอดสามเดือน
เมื่อแพทย์สอบถามถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยเพียงยิ้มและตอบว่า “ก็ไม่มีอะไรมาก แค่กินแตงกวาเป็นหลักเท่านั้น”
ในมุมมองทางโภชนาการ แตงกวามีคุณสมบัติที่น่าสนใจ โดยมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงประมาณ 90% ให้พลังงานต่ำ และมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) เพียงราว 15 จึงไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้ง่าย
นอกจากนี้ ยังมีกรดมาลอนิก (Malonic Acid) ซึ่งช่วยยับยั้งกระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือมีปัญหาการเผาผลาญ

ภาพประกอบ
สำหรับความดันโลหิต แตงกวามีโพแทสเซียมในปริมาณค่อนข้างสูง แต่มีโซเดียมต่ำ ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ส่งผลให้หลอดเลือดคลายตัวและช่วยควบคุมความดันโลหิต
อีกทั้งบริเวณเปลือกและขั้วแตงกวายังมีสารที่ให้รสขมอ่อน ๆ ซึ่งมีรายงานว่าช่วยสนับสนุนความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือช่วงอากาศร้อนที่ความดันอาจแปรปรวนได้ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น แตงกวายังถูกมองว่าเป็นตัวช่วยในการควบคุมไขมันในเลือดและภาวะไขมันพอกตับ เนื่องจากมีใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยลดการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลจากอาหาร หากรับประทานก่อนหรือระหว่างมื้อหลัก
ในทางแพทย์แผนจีน แตงกวายังจัดเป็นอาหารที่ช่วยขับความร้อนและสนับสนุนการทำงานของตับ
ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำวิธีรับประทานแตงกวาในชีวิตประจำวัน เช่น
- ตอนเช้าอาจเริ่มด้วยแตงกวาทุบคลุกกระเทียม น้ำมันงา ซีอิ๊วอ่อน และน้ำส้มสายชู เพื่อกระตุ้นการย่อยอาหาร
- มื้อกลางวันอาจเลือกแตงกวาผัดเห็ดหูหนูและไข่โดยใช้น้ำมันและเกลือน้อย
- ส่วนมื้อเย็น ซุปปลาใส่แตงกวาหั่นชิ้นหนาและขิงเล็กน้อย เป็นเมนูย่อยง่ายและช่วยขับปัสสาวะ

ภาพประกอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ปวดท้องหรือท้องเสียง่าย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแตงกวาดิบ และเลือกปรุงสุกแทน
ขณะที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแตงกวาคู่กับอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น กุ้งหรืออาหารทะเล นอกจากนี้ เปลือกแตงกวามีสารอาหารสูง หากมั่นใจในแหล่งที่ปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องปอกทิ้ง
แม้แตงกวาจะไม่ใช่ “ยาวิเศษ” แต่เมื่อรับประทานอย่างสม่ำเสมอ ถูกวิธี และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผักธรรมดาชนิดนี้ก็อาจช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพในทางที่ดี จนบางครั้งทำให้แพทย์เองยังต้องประหลาดใจเมื่อเห็นผลตรวจสุขภาพประจำปี
ที่มา SOHA