ทนายเดชา ให้ข้อมูล กรณีร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรจีนถูกปรับ ชี้แม้ไม่ได้นำเข้าเอง ยังเข้าข่ายผิดกฎหมาย
จากกรณี ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียล หลังร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ถูกดำเนินคดีจากการจำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรจีน ซึ่งนำเข้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางร้านจะยอมรับผิด งดจำหน่ายสินค้า และระบุว่าออกมาโพสต์เพียงเพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์
วันที่ 12 ม.ค. 2569 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ให้ความเห็นในเชิงกฎหมายทั่วไปว่า ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ผู้ใดก็ตามที่ครอบครอง เสนอขาย หรือจำหน่ายสินค้าอันเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า ถือว่ามีความผิดได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำเข้าสินค้าเอง และไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เจตนาว่าผู้จำหน่ายรู้หรือไม่รู้ว่าสินค้านั้นผิดกฎหมาย
ทนายเดชา อธิบายเพิ่มเติมว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้เสียหายต้องดำเนินคดีกับผู้นำเข้าหรือผู้ค้ารายใหญ่ก่อน แต่เปิดช่องให้ ผู้ถือสิทธิ์เครื่องหมายการค้าสามารถเลือกดำเนินคดีกับผู้ละเมิดรายใดรายหนึ่งหรือหลายรายพร้อมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง หรือร้านอาหารที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง
ส่วนกรณีร้านอาหารหรือร้านทั่วไป หากอ้างว่าไม่ได้มีเจตนากระทำผิด และรับสินค้ามาจากผู้ค้ารายใหญ่ ไม่ได้นำเข้าเอง ด้านทนาย ระบุว่า หลักกฎหมายใช้หลัก “ไม่รู้กฎหมาย ไม่พ้นความผิด” ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องตรวจสอบแหล่งที่มา ใบอนุญาตนำเข้า และสถานะสิทธิ์เครื่องหมายการค้าของสินค้าที่นำมาจำหน่าย หากไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก็ยังต้องรับผิดตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ทนายความเดชาความระบุว่า ภายหลังจากร้านอาหารยุติคดีในส่วนของตนเองแล้ว ยังสามารถใช้สิทธิ์ทางกฎหมายไปดำเนินการกับผู้ขายต้นทางได้ หากมีพยานหลักฐานว่าได้รับข้อมูลอันเป็นเท็จหรือถูกหลอกลวง แต่เป็นกระบวนการทางกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ถือเครื่องหมายการค้าในการดำเนินคดี
ทั้งนี้ ทนายเดชาทิ้งท้ายว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศว่า แม้สินค้าเป็นของแท้จากประเทศต้นทาง แต่หากไม่ได้ผ่านผู้นำเข้าที่ได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้องในประเทศไทย ก็ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ทั้งในทางแพ่งและอาญา