เจอแม่แล้ว หลังลูกโพสต์ตามหาแม่ เหตุเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าแรงสูงตกทับรถไฟ ลูกชายเผยแม่จะเดินทางไปทำบุญที่ อุบลฯ เพราะหลานป่วยเข้า รพ.พร้อมกัน
วันที่ 14 ม.ค. 2569 กรณีเหตุเครนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ล้มทับขบวนรถไฟ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ขณะนี้อัปเดตล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 29 ราย บาดเจ็บ 54 ราย
ต่อมา ผู้ใช้บัญชี เฟซบุ๊ก N’aramet Tom ได้โพสต์ตามหาแม่ คือ นางธัญกัญจน์ คงมั่น แม่อายุ 57 ปี สูงประมาณ 155 ซม. ซึ่งเป็นผู้โดยสารในขบวนรถไฟดังกล่าว ซึ่งยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ติดต่อไม่ได้แล้ว
ผู้สื่อข่าว จึงได้ติดต่อไปพูดคุยกับ นายนารเมธ คงมั่น อายุ 28 ปี หรือ คุณต้อม ผู้โพสต์ เล่าให้ฟังว่า วันนี้ (14 ม.ค.) ช่วงเวลา 05:00 น. ตนเพิ่งขับรถไปส่งแม่ที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อขึ้นรถไฟไปอุบลราชธานี เพราะแม่จะเดินทางไปทำบุญที่จังหวัดดังกล่าว เนื่องจากหลานทั้ง 2 คนป่วยเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน
โดยระหว่างที่ตนไปส่งแม่แล้ว ตนก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับแม่เอง มีเพียงน้องสาสที่ได้ทักไปคุยกับคุณแม่ซึ่งแม่ก็บอกแค่ว่า รถไฟตู้แรกที่แม่นั่งหนาว แม่เลยตัดสินใจไปนั่งที่ รถไฟตู้ที่ 2 หลังจากนั้นน้องสาวก็ไม่ได้ติดต่อกับคุณแม่อีก
ก่อนที่เวลา 09.00 น. น้องของตนที่เรียนอยู่โทรมาหาตนบอกว่า ดูข่าวหรือยัง ซึ่งเมื่อตนดูข่าวสติตนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะตนเพิ่งไปส่งแม่ตอนเช้า เมื่อตั้งสติได้พยายามหาทางติดต่อแม่แต่ก็ติดต่อไม่ได้ จนตัดสินใจโพสต์ตามหาคุณแม่
ยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นข่าวและเห็นว่าเครนตกลงมาที่ตู้ที่ 2 ของรถไฟ ตนก็ไม่รู้เลยว่าแม่ของตนจะปลอดภัยแค่ไหน เพราะตู้ที่ 2 นั้นเป็นตู้ที่แม่ของตนนั่งอยู่และมีความเสี่ยงสูง และในข่าวก็มีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บเยอะ และประกอบกับที่ตนไม่เห็นรูปแม่ตัวเอง ก็ใจเสียและคิดถึงแม่
แต่เมื่อโพสต์ตามหาคุณแม่แล้ว ก็ได้รู้ข่าวว่าคุณแม่ได้รับบาดเจ็บ มีแผลบริเวณแขนและเดินขากะเผลกออกมาจากทางโบกี้ และยังไม่แน่ใจว่าแม่มีแผลฟกช้ำ หรือเจ็บมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจากที่ตนทราบแม่บอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ตนก็ยังไม่วางใจ เพราะตู้ 2 คือตู้ที่แม่ตนย้ายไปนั่งตรงนั้น จึงให้พี่ชายขับรถไปหาแม่และไปรับแม่กลับบ้านที่ รพ.สีคิ้ว
คุณต้อม บอกอีกว่า อุบัติเหตุลักษณะนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นบ่อยขนาดนี้และมีลักษณะคล้ายกันอย่างนี้ก็ควรจะมีหน่วยงานเข้ามาดูแลควบคุมตรวจสอบอย่างจริงจังว่าจะต้องมีการแก้ไขป้องกันอย่างไรไม่ให้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก เพราะคนส่วนใหญ่ที่ใช้รถไฟในการเดินทางก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ พอเกิดอุบัติเหตุแบบนี้มันก็ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย
ส่วนเรื่องค่าเยียวยาของคุณแม่ ส่วนตัวตนไม่ได้มีปัญหาอะไร จะได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะแม่ก็มีสิทธิ์ในการรักษาอยู่แล้ว แต่แค่อยากให้ช่วยเหลือผูัที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตใหัทั่วถึงมากกว่า
สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ ทุกครั้งที่ไปส่งแม่ขึ้นรถไฟแม่ไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลย ตนจึงไม่เป็นห่วงแม่เวลาขึ้นรถไฟ แต่วันนี้อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง