หญิงวัย 50 ปีแปรงฟันด้วย “น้ำเกลือ” แทนยาสีฟัน ติดต่อกัน 1 ปี ผลลัพธ์สุดอึ้ง เหงือกร่น แถมเสียวฟันหนักกว่าเดิม แพทย์เฉลยเหตุผล
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ หญิงรายหนึ่งวัย 50 ปี เปิดเผยว่า เธอแปรงฟันด้วยน้ำเกลือเจือจางเป็นประจำเช้า–เย็น โดยเชื่อว่าเป็น “ตำรับพื้นบ้าน” ที่ได้ยินต่อ ๆ กันมาจากเพื่อนบ้าน มีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย ฆ่าเชื้อ ทำให้เหงือกแข็งแรง และป้องกันฟันโยก
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น
นางแซ่จาง หญิงชาวจีนวัย 50 ปี มีพฤติกรรมดูแลฟันที่เธอยึดถืออย่างเคร่งครัดตลอดหนึ่งปีเต็ม นั่นคือการแปรงฟันด้วยน้ำเกลือเจือจางวันละ 2 ครั้ง เธอระบุว่านี่คือภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้ยินสืบต่อกันมา เชื่อกันว่าสามารถฆ่าเชื้อ ทำให้เหงือกแข็งแรง และลดปัญหาฟันโยก
ในช่วงแรก สมาชิกในครอบครัวพยายามเตือนว่าไม่ควรเชื่อเคล็ดลับที่ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่เธอยังคงยืนกรานทำต่อไป จนกระทั่งผลการตรวจสุขภาพช่องปากหลังผ่านไป 1 ปีถูกส่งกลับมา
ผลลัพธ์หลังผ่านไป 1 ปี ฟันของนางแซ่จางไม่ได้ขาวขึ้น ตรงกันข้าม เหงือกเริ่มมีอาการร่นเล็กน้อย ช่องว่างระหว่างฟันกว้างขึ้น และมีอาการเสียวฟันทุกครั้งที่รับประทานอาหารร้อนหรือเย็น

แพทย์ระบุว่า แม้จะไม่พบการอักเสบชัดเจนในช่องปาก แต่การแปรงฟันด้วยน้ำเกลือเจือจางเป็นเวลานาน ทำลายกลไกปกป้องของเหงือก ส่งผลให้ชั้นเนื้อฟันค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา
ความเชื่อเรื่อง “น้ำเกลือฆ่าเชื้อ” มีอยู่ในสังคมมาช้านาน ในความเป็นจริง น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นเหมาะสมสามารถช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้ โดยเฉพาะในกรณีเหงือกอักเสบเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ช่องปากไม่ใช่สภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ แต่เป็นระบบจุลชีพที่ซับซ้อน มีทั้งแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษอยู่ร่วมกัน
การใช้น้ำเกลือแปรงฟันเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อใช้แทนยาสีฟันทั้งหมด อาจทำลายสมดุลนี้ อีกทั้งเกลือยังมีแรงดันออสโมติกสูง หากความเข้มข้นไม่เหมาะสมจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุเหงือก และในระยะยาวอาจนำไปสู่เหงือกร่นและฟันไวต่อความรู้สึก
หลายคนเชื่อว่าอาการเหงือกมีเลือดออกหรือฟันโยก เกิดจาก “ร้อนใน” หรือการทำความสะอาดไม่เพียงพอ จึงใช้น้ำเกลือเพื่อลดอาการดังกล่าว แต่ในทางการแพทย์ สาเหตุหลักของโรคเหงือกคือคราบพลัคและหินปูน ซึ่งไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการบ้วนปากหรือแปรงฟันด้วยน้ำเกลือ จำเป็นต้องอาศัยการทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญ
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น บางคนใช้เกลือราวกับเป็น “สารทำความสะอาดอเนกประสงค์” ถึงขั้นนำเกลือเม็ดมาถูโดยตรงบนเหงือก วิธีดังกล่าวไม่ต่างจากการใช้กระดาษทรายขัดกระจก ความเสียหายที่เกิดขึ้นยากจะฟื้นคืน นางแซ่จางเองเคยใช้วิธีนี้ช่วงหนึ่ง ส่งผลให้เหงือกร่น ฟันโผล่ และมีอาการเสียวฟันเรื้อรัง
สุขภาพฟันและเหงือกไม่เพียงส่งผลต่อการกินและการสื่อสาร แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบหัวใจและการย่อยอาหาร งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า โรคปริทันต์อักเสบเรื้อรังมีความเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ดังนั้น การแปรงฟันอย่างถูกต้อง การขูดหินปูนเป็นประจำ และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม จึงเป็นรากฐานสำคัญที่สุด
คำแนะนำในปัจจุบันคือ แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที ใช้วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง และเข้ารับการทำความสะอาดช่องปากโดยผู้เชี่ยวชาญทุกประมาณ 6 เดือน
หลังได้รับคำแนะนำจากแพทย์ นางแซ่จางค่อย ๆ เลิกนิสัยแปรงฟันด้วยน้ำเกลือ และกลับมาดูแลสุขภาพช่องปากตามหลักวิชาการ เพียงไม่กี่เดือน อาการเหงือกดีขึ้นอย่างชัดเจน และความเสียวฟันก็ค่อย ๆ ลดลง
เรื่องราวของนางแซ่จางเป็นเครื่องเตือนใจว่า สุขภาพไม่อาจได้มาจากทางลัด เกลือเป็นสิ่งคุ้นเคยแต่ไม่ดีเสมอไป ฟันแม้จะเล็ก แต่ส่งผลต่อทั้งร่างกาย อย่าปล่อยให้นิสัยที่ดูเหมือนไม่เป็นอันตราย กลายเป็นความผิดพลาดที่ยืดเยื้อยาวนานหลายปี
ที่มา SOHA