ป่วยมะเร็งตับอ่อนยกบ้าน แม่ร่ำไห้ยอมรับ “เป็นความผิดของฉันเอง” แพทย์เฉลยต้นเหตุความเสี่ยง เตือนพฤติกรรมประหยัดเกินพอดีอาจทำร้ายสุขภาพ
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ เกิดกรณีสะเทือนใจ เมื่อสมาชิกในครอบครัวเดียวกันป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนพร้อมกันถึง 3 คน โดยมารดาร่ำไห้ยอมรับว่า สาเหตุอาจมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการเลือกอาหารที่ตนเชื่อว่าประหยัดและปลอดภัย แต่กลับกลายเป็นภัยเงียบโดยไม่รู้ตัว
เมื่อฤดูใบไม้ผลิปีที่ผ่านมา สามีของนางอู๋ (นามสมมติ) ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย และเสียชีวิตในเวลาไม่ถึงครึ่งปีหลังทราบผลตรวจ ต่อมาไม่กี่เดือน นางอู๋และบุตรชายเริ่มมีอาการปวดท้อง เมื่อตรวจที่โรงพยาบาล ทั้งสองต่างถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะเริ่มต้นเช่นกัน
ระหว่างการซักประวัติ แพทย์สอบถามถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร นางอู๋เล่าว่า เธอชอบทำเกี๊ยวและซาลาเปาทานเองมานานกว่าสิ 10 ปี โดยทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เพราะเชื่อว่าอาหารทำเองย่อมปลอดภัยกว่า

เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เธอมักไปตลาดช่วงใกล้เวลาปิดตลาด เพื่อซื้อเนื้อบดที่ลดราคา โดยเชื่อว่าความร้อนจากการปรุงอาหารสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แพทย์อธิบายว่า การบริโภคเนื้อบดที่อาจปนเปื้อนสารอันตรายเป็นเวลานาน แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของมะเร็ง แต่ย่อมเพิ่มภาระและความเสี่ยงต่อการทำลายตับอ่อนในระยะยาว
นางอู๋จึงตระหนักว่า สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นความ “ประหยัดและขยันดูแลครอบครัว” อาจกลับกลายเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมโดยไม่รู้ตัว

เตือน 5 อาหาร “เสี่ยงสกปรก” ในตลาด ราคาถูกแค่ไหนก็ไม่ควรซื้อ
โดยทั่วไป เนื้อหมูบดที่ได้มาตรฐานย่อมไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่หากเป็นเนื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงย่อมสูงมาก
กรณีของนางอู๋ แพทย์เชื่อว่า เนื้อบดที่ซื้ออาจเป็นเนื้อคุณภาพต่ำ บางแหล่งอาจใช้เศษเนื้อ เนื้อต่อมน้ำเหลือง หรือเนื้อที่เริ่มเสื่อมสภาพเพื่อลดต้นทุน เนื้อเหล่านี้เมื่อบดละเอียดแล้วสังเกตได้ยากด้วยตาเปล่า แต่หากรับประทานเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
นอกจากนี้ เนื้อที่เน่าเสียยังอาจมีไนไตรต์และอะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ได้รับการยืนยันแล้ว การสะสมในร่างกายเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งอย่างมาก
แม้หลายคนเชื่อว่าอาหารทำเองปลอดภัยที่สุด แต่กลับมองข้ามที่มาของวัตถุดิบ หากซื้ออาหารที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรือจัดการอย่างถูกต้อง ย่อมแฝงอันตรายต่อสุขภาพ กรณีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ว่า อาหารคุ้นเคยในตลาดอาจซ่อนความเสี่ยงไว้โดยไม่รู้ตัว

อาหาร 5 ประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง เช็กให้ดีก่อนซื้อ
1.ผักดอง กิมจิ หรือของดองที่วางขายกลางแจ้ง
มักมีปัญหาด้านสุขอนามัย เสี่ยงปนเปื้อนฝุ่น เชื้อโรค และแบคทีเรีย อีกทั้งอาหารหมักดองยังอาจก่อให้เกิดไนไตรต์ ซึ่งปริมาณจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการดอง
2.ลูกชิ้น เนื้อปั้น หรือปลาปั้นที่ขายแบบไม่บรรจุหีบห่อ
หากสัมผัสอากาศโดยตรง เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค บางแห่งอาจนำสินค้าที่แช่แข็ง–ละลายซ้ำหลายครั้งมาจำหน่าย ควรเลือกสินค้าที่บรรจุจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้
3.สาหร่ายแห้ง กุ้งแห้งขายเป็นกิโล
หากวางไว้นาน วัตถุดิบเหล่านี้จะดูดความชื้นและเสื่อมคุณภาพ ควรหลีกเลี่ยงหากพบว่าชื้นหรือมีกลิ่นผิดปกติ
4.เนื้อบดสำเร็จรูป
ผู้ซื้อไม่อาจทราบว่าใช้เนื้อส่วนใด บางแห่งอาจใช้เนื้อค้างวันหรือเนื้อเสีย แนะนำให้ซื้อเนื้อสดแล้วบดเองจะปลอดภัยกว่า
5.หมูพะโล้ เป็ดย่าง หรือ หมูย่าง ที่สีสดฉูดฉาดผิดปกติ
อาจมีการเติมสีผสมอาหารต้องห้าม หรือแม้แต่สีอุตสาหกรรม หากสีสันดูผิดธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความประหยัดเป็นเรื่องดี แต่บางพฤติกรรมอาจแฝงอันตรายโดยไม่รู้ตัว อาทิ
1.ใช้กระทะที่ตัวเคลือบผิวหลุดลอกต่อไป
เมื่อสารเคลือบเสียหาย อาหารไหม้เกิดสารก่อมะเร็ง และเศษสารเคลือบอาจปนในอาหาร งานวิจัยในวารสารเครือ The Lancet ระบุว่า ระดับ PFAS เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ความเสี่ยงมะเร็งต่อมไทรอยด์เพิ่มถึง 56%
2.ฝืนกินอาหารที่เริ่มเสีย
เช่น การตัดส่วนผลไม้เน่าออกแล้วกินต่อ หรือขูดเชื้อราบนขนมปังออก อาหารที่ดูปกติอาจปนเปื้อนเชื้อราและสารพิษ เสี่ยงต่อพิษ อาการแพ้ และมะเร็ง
3.ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง
น้ำมันที่ผ่านความร้อนสูงซ้ำ ๆ จะเกิดไขมันทรานส์และสารออกซิเดชันที่เป็นพิษ เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง
4.ประหยัดไฟจนไม่เปิดเครื่องดูดควัน
ควันจากการปรุงอาหารมีสารก่อมะเร็ง การสูดดมระยะยาวเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่แต่ยังป่วยเป็นมะเร็งปอด
5.ไม่ตรวจสุขภาพประจำปีเพราะกลัวค่าใช้จ่าย
การตรวจสุขภาพช่วยพบความผิดปกติหรือภาวะก่อนมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพิ่มโอกาสป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า อาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงนิสัยเสี่ยงที่ดูเหมือนประหยัดแต่ทำร้ายร่างกายในระยะยาว
ที่มา SOHA