เกือบไม่รอด! สามี-ภรรยา ถูกหามส่งรพ.กลางดึก เพราะ “จุดยากันยุง” แล้วนอน แพทย์ชี้ควรใช้อย่างถูกต้อง-ปริมาณเหมาะสม หลายบ้านยังทำผิด
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ยุงไม่เพียงเป็นพาหะนำโรคหลายชนิด แต่ยังรบกวนการนอนหลับ อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่าการไล่ยุงอย่างไม่ถูกวิธีอาจให้ผลตรงกันข้าม และก่ออันตรายต่อสุขภาพได้
ล่าสุดเกิดเหตุในประเทศจีน เมื่อคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก หลังมีอาการต้องสงสัยได้รับพิษจากควันยากันยุง สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม และทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ใช้เป็นประจำทุกวัน เหตุใดจึงอาจกลายเป็น “ภัยเงียบ” ได้

เหตุใดควันยากันยุงจึงอาจเป็นอันตราย
ยากันยุงแบบขดดั้งเดิมทำงานโดยการเผาไหม้อย่างช้า ๆ เพื่อปล่อยสารออกฤทธิ์ไล่ยุง แต่การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็กลอยอยู่ในอากาศ
งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า ในห้องปิดขนาดประมาณ 15 ตารางเมตร การจุดยากันยุงเพียง 1 ขด สามารถทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินเกณฑ์ความปลอดภัยหลายเท่า เทียบเท่ามลพิษในระดับรุนแรง
ส่วนประกอบหลักของยากันยุงหลายชนิด คือ สารกลุ่มไพรีทรอยด์ ซึ่งเป็นสารกำจัดแมลงสังเคราะห์ที่เลียนแบบสารจากดอกเบญจมาศ แม้จะถูกจัดว่ามีความเป็นพิษต่ำต่อมนุษย์เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ในผู้ที่ไวต่อสารเคมีอาจเกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือระคายเคืองทางเดินหายใจ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในการใช้งาน
หลายคนเชื่อว่ายิ่งจุดยากันยุงมากเท่าไร ก็ยิ่งไล่ยุงได้ดีขึ้น ความจริงคือ การใช้เกินปริมาณที่แนะนำไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพ แต่กลับทำให้ควันและสารเคมีสะสมในห้องมากขึ้น เสี่ยงต่อการระคายเคืองและการได้รับพิษ
สำหรับห้องนอนทั่วไป การใช้ในปริมาณพอเหมาะก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องจุดต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
อีกหนึ่งความผิดพลาด คือ การปิดประตูหน้าต่างมิดชิดเพื่อ “กักยาไว้” ในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท สารจากการเผาไหม้จะสะสมอย่างรวดเร็ว เพียงเปิดหน้าต่างเล็กน้อยหรือเปิดพัดลมระบายอากาศ ก็ช่วยปรับคุณภาพอากาศได้อย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จุดยากันยุงก่อนเข้านอน และจัดให้มีการไหลเวียนของอากาศ แทนการปล่อยให้ไหม้คุกรุ่นตลอดคืนในห้องปิด

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
การใช้มุ้งถือเป็นวิธีป้องกันยุงที่แทบไม่มีความเสี่ยงจากการสูดดมสารเคมี การติดตั้งมุ้งลวดและใช้ไม้ช็อตยุงไฟฟ้าร่วมกัน ก็ช่วยลดจำนวนยุงในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนยากันยุงแบบน้ำเสียบปลั๊ก ซึ่งทำงานด้วยการให้ความร้อนแทนการเผาไหม้ มักไม่ก่อให้เกิดควันและฝุ่นละอองเหมือนยากันยุงแบบขด แต่ผู้ใช้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งที่มาชัดเจน วางให้ห่างจากศีรษะ และดูแลให้ห้องมีการระบายอากาศที่ดี
นอกจากนี้ น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เช่น ตะไคร้หอม หรือสะระแหน่ ก็มีคุณสมบัติไล่ยุงได้ในระดับหนึ่ง แม้ประสิทธิภาพและระยะเวลาจะสั้นกว่า แต่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้หรือไวต่อสารเคมีสังเคราะห์

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า ยากันยุงไม่ใช่ “ผู้ร้าย” ในทุกกรณี หากแต่การใช้อย่างขาดความรู้ต่างหากที่อาจเปลี่ยนของใช้ใกล้ตัวให้กลายเป็นความเสี่ยง การรักษาอากาศให้ถ่ายเท ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกวิธีไล่ยุงให้สอดคล้องกับสมาชิกในครอบครัว คือ กุญแจสำคัญในการป้องกันยุงควบคู่กับการดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัย
ที่มา SOHA