ตร.จ่อออกหมายจับแก๊งตุ๋นดาราจั๊กจั่น เผยอ้างเป็นชาวนา ขอให้ช่วยขายข้าวสาร 2 ตัน แต่พอผู้ซื้อโอนเงินให้ก็ล่องหน ล่าสุดเช็กวงจรปิดพบจุดเอทีเอ็มที่สาวอ้างเป็นชาวนากดเงินหนีไปแล้ว พบอยู่ย่านร่มเกล้า ด้านดาราสาวโพสต์ขอรับผิดชอบทั้งหมด ใครเป็นเหยื่อให้ติดต่อมา หากมีหลักฐานการโอนเงินจะคืนเงินให้ทันที ส่วนคดีขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ยอมรับเสียความรู้สึก คนฉวยโอกาสที่ชาวนาเดือดร้อนมาต้มตุ๋นคนอื่น
จากกรณีที่มีผู้มาขอให้นางเอกสาวจั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ช่วยประกาศขายข้าว โดยอ้างว่าเป็นชาวนาที่มีปัญหาเดือดร้อนเรื่องหนี้สิน ต้องการขายข้าว จนเจ้าตัวช่วยเหลือโดยประกาศผ่านอินสตาแกรมตัวเอง โดยขอให้ผู้ซื้อติดต่อกับผู้ขายโดยตรง แต่สุดท้ายเมื่อผู้ซื้อโอนเงินให้ไปแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า จนจั๊กจั่นเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวง เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 พ.ย. พ.ต.ท.นพดล โพธิ์ศรี สว.สส.บก.น.3 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เร่งสืบหาตัวผู้ที่สวมรอยเข้ามาแอบอ้างดังกล่าว และนัดหมายผู้เสียหาย ส่งเอกสารการ โอนเงิน และบัญชีธนาคารที่รับโอนเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานในการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ส่วนการตรวจสอบกับธนาคารเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงิน ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ทราบจุดที่มีการไปกดถอนเงินออกจากตู้เอทีเอ็มแล้ว 1 จุด อยู่ในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า โดยผู้ต้องสงสัยกดเงินครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 พ.ย. จำนวน 10,000 บาท
พ.ต.ท.นพดลกล่าวอีกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารการโอนเงิน และได้ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็ม ที่ผู้ต้องสงสัยไปกดเงินแล้ว จะนำไปขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา มาสอบปากคำหาตัวผู้ที่แอบอ้างต่อไป
ล่าสุด “จั๊กจั่น” โพสต์ข้อความผ่านอิน สตาแกรมชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมทั้งเปิดเผยว่า แฟนคลับหรือผู้ที่สนใจ ที่ได้โอนเงินค่าข้าวไปตามที่ตนได้ประกาศในอินสตาแกรม แต่กลับไม่ได้รับข้าวตามต้องการ ตนขอโทษด้วย และให้ส่งหลักฐานการโอนเงินมาให้ ตนจะติดต่อและชดใช้เงินคืนให้ ส่วนเรื่องคดีความ จะเป็นเรื่องของพนักงานสืบสวนต่อไป
“จั่นเห็นใจคิดว่าลำบากจริงๆ จึงตัดสินใจเป็นสื่อกลางลงไอจีช่วยขายข้าวให้เมื่อ 9/11/59 ด้วยเจตนาบริสุทธิ์มีคนสั่งซื้อข้าวและโอนเงินไปให้น้องจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อน้องได้อีกจนถึงตอนนี้ จั่นไม่ได้นิ่งนอนใจ เพื่อนๆ จั่นช่วยสืบหาเบาะแสนำมาแจ้งความเพื่อสืบหาผู้ทำผิดโดยเร็ว จั่นเสียใจ เสียความรู้สึกและขอแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ที่โอนเงินมาแล้ว จั่นขอโทษด้วย ขอให้ส่งหลักฐานการโอนเงินมาในข้อความในไอจีจั่นนะคะ จั่นจะติดต่อและชดใช้เงินคืนให้นะคะ ส่วนเรื่องคดีขอให้เป็นเรื่องของ พนง.สืบสวนต่อไปค่ะ”
วันเดียวกันที่สน.ร่มเกล้า มีเหยื่อ 2 ราย ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ไอจีของน.ส.อคัมย์สิริ หลอกให้โอนเงินในการขายข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนา เข้าพบพ.ต.ท.มนต์ชัย ไชยพงศ์ สว.(สอบสวน) สน.ร่มเกล้า เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานหลังโอนเงินไปแต่ไม่ได้ข้าวตามที่ตกลงกันไว้
นายกริน (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนติดตามไอจีของดาราสาวพร้อมทั้งทราบข้อมูลว่า มีชาวนาอยากขายข้าวและอยากให้ผู้ที่ต้องการข้าวโอนเงินและทิ้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ จากนั้นเมื่อโทรศัพท์ติดต่อไปตามเบอร์ที่ทิ้งไว้ปรากฏว่าปลายสายเป็นผู้หญิงอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ต้องการใช้หนี้โดยเร็วด้วยความเห็นใจจึงสั่งซื้อข้าวใน 800 กิโลกรัม รวมเงินสด 24,000 บาท ก่อนโอนเงินผ่านเข้าบัญชีในวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อโอนเงินเสร็จได้แจ้งให้ปลายสายทราบพร้อมทั้งตอบกลับมาว่าจะส่งข้าวมาให้จากจ.สุโขทัย โดยไม่คิดค่าขนส่ง จนขณะนี้ผ่านมาหลายวันแล้วก็ยังไม่ได้รับข้าวและต่อมาก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนกระทั่งมาสอบถามเพื่อนสนิทจนทราบว่ามีผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันอีกหลายรายจึงตัดสินใจเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ท.มนต์ชัย กล่าวว่า วันนี้มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ซื้อข้าวอ้างช่วยชาวนาซึ่งเดินทางมาลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติมอีก 2 ราย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้น.ส.กมลรดา กันมล อายุ 35 ปี ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกับทางพนักงานสอบสวนพร้อมทั้งระบุว่า ได้เปิดบัญชีทิ้งไว้ให้นายเจมส์ ซึ่งเป็นลูกจ้างชาวต่างชาติเพื่อใช้สำหรับออกเงินเดือน โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ให้น.ส.กมลรดา นำเอกสารหลักฐานการโอนเงินเดือนมายื่นเปรียบเทียบกับการใช้จ่ายเงิน โดยหลังจากนี้จะนำไปเปรียบเทียบกับบัญชีของผู้เสียหายอีกครั้ง พร้อมทั้งจะนัดตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อนติดตามตัวคนร้ายที่แท้จริงมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายที่โดนหลอกให้โอนเงินเรื่องค่าซื้อข้าวอีก 1 ราย จนกระทั่งเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งผู้เสียหายรายนี้ได้ติดตามไอจีของดาราสาวคนดังเช่นกันโดยสูญเงินไป 3,000 บาท และยังไม่ได้ข้าวตามที่ตกลงกันไว้แม้แต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่กก.สส.บก.น.3 จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ พร้อมด้วยน.ส.จุฑา วนศานติ อายุ 36 ปี และน.ส.อมรลดา กันมล อายุ 35 ปี เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลวงอ้างตัวเป็นชาวนาจะขายข้าวให้ โดยน.ส.อคัมย์สิริกล่าวว่า หลังจากทราบว่าชาวนาได้รับความเดือดร้อนข้าวราคาตกต่ำ ตนจึงร่วมกันกับเพื่อนช่วยกันรณรงค์และช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อน
ต่อมามีน้องผู้หญิงคนหนึ่งติดต่อเข้ามาขอให้ช่วยซื้อข้าวสารของที่บ้านตนเอง โดยอ้างว่าที่บ้านทำนามีฐานะยากจนมีข้าวสารอยู่ประมาณ 2 ตัน อยากให้ช่วยรับซื้อ ทางตนก็บอกไปว่าไม่มีนโยบายรับซื้อแต่ช่วยในด้านอื่น น้องคนดังกล่าวก็ติดต่อมาอีกหลายครั้ง โดยอ้างว่าหากขายข้าวไม่ได้ก่อนวันที่ 7 พ.ย. ทางบ้านก็จะถูกเจ้าหนี้บังคับซื้อข้าวดังกล่าวในราคากิโลกรัมละ 5 บาทเพื่อใช้หนี้ ด้วยความสงสารตนจึงลงประกาศขายในอินสตาแกรมของตัวเอง คนที่สนใจอยากช่วยเหลือซื้อข้าวให้โทรศัพท์ไปติดต่อซื้อได้ที่เบอร์ของน้องคนดังกล่าว เนื่องจากอ้างว่าไม่เล่นโซเชี่ยลเพราะทางบ้านยากจนไม่มีเงินซื้อโทรศัพท์
ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา น้องคน ดังกล่าวก็ติดต่อกลับมาขอให้ช่วยประกาศว่าข้าวขายหมดแล้ว จากนั้นก็เงียบหายไปติดต่อไม่ได้อีกเลย จนมีคนติดต่อมาว่าได้สั่งซื้อข้าวตามที่ตนประกาศพร้อมทั้งโอนเงินแล้วแต่ไม่มีข้าวส่งมาให้ ตนจึงมาเป็นพยานให้ปากคำพร้อมกับผู้เสียหายคิดว่าคงมีหลายคนที่ถูกหลอก เป็นเงินรวมหลายหมื่นบาท อย่างไรก็ตามตนก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นแบบนี้อยากให้คนช่วยเหลือสามัคคีกันแต่กลับมีคนมาฉวยโอกาสใช้ความสงสารมาหลอกใช้คนอื่น
น.ส.จุฑาผู้เสียหายกล่าวว่า ตนเห็นประกาศขายข้าวในอินสตาแกรมของจั๊กจั่น จึงช่วยเหลือโทรศัพท์ไปซื้อข้าว 100 ก.ก. ในราคา 3,000 บาท โดยโอนเงินไปแล้ว แต่ทางคนขายยังไม่ส่งข้าวมานานเป็นสัปดาห์และติดต่อไม่ได้ เมื่อสอบก็พบว่ามีหลายคนที่เจอแบบนี้จึงมาแจ้งความ ทั้งนี้ไม่คิดว่าจะใช้ช่วงเวลาแบบนี้มาหากินหลอกลวงคนอื่น ทั้งที่คุณจั๊กจั่นก็อุตส่าห์ช่วยเหลืออยากให้ตำรวจช่วยติดตามจับกุมมาให้ได้
น.ส.อมลดาเปิดเผยว่า บัญชีที่ถูกหลอกให้โอนไปนั้นเป็นบัญชีเอทีเอ็มของตน โดยก่อนหน้านี้ตนให้นายเจมส์ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ซึ่งเป็นลูกจ้างนำบัตรเอทีเอ็มของบัญชีดังกล่าวไปกดเงิน เนื่องจากนายเจมส์ไม่มีบัญชีธนาคาร ตอนสิ้นเดือนตนก็จะฝากเงินเข้าบัญชีดังกล่าวแล้วนายเจมส์ก็จะนำไปกด จนล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายเจมส์หายไปพร้อมกับบัตรเอทีเอ็มของตน จึงคาดว่านายเจมส์น่าจะรู้จักกับน้องผู้หญิงคนที่โทรศัพท์มาให้น.ส.อคัมย์สิริช่วยลงประกาศขายข้าวให้ แล้วให้คนสั่งซื้อโอนเงินเข้าบัญชีของตนจากนั้นก็ไปกดเงินออกมา