ใครกินยาเป็นประจำระวัง อย่าทานร่วมกับ ส้ม-แอลกอฮอล์ เปิด 3 หลักการใช้ยาอย่างปลอดภัย ในช่วงตรุษจีน
วันหยุดยาวช่วงเทศกาลตรุษจีน 9 วัน เป็นช่วงเวลาแห่งการรับประทานอาหารและสังสรรค์อย่างมีความสุข อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลไถจงฉือจี้ (Taichung Tzu Chi Hospital) เตือนผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่าลืมรับประทานยาตามกำหนด เพราะการละเลยอาจทำให้อาการกำเริบและสร้างภาระต่อร่างกายได้
ช่วงเทศกาลมีการเดินทางท่องเที่ยวและเยี่ยมเยียนญาติมิตรอย่างคึกคัก ผู้สูงอายุบางรายยังมีความเชื่อว่า “กินยาในช่วงปีใหม่ไม่เป็นมงคล” จึงลดหรือหยุดยาเอง ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูง น้ำตาลในเลือดควบคุมไม่ได้ และต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

นพ. เสิ่นอี้ถิงชี้ว่า การรักษาโรคเรื้อรังต้องอาศัยการควบคุมอย่างต่อเนื่องระยะยาว หากหยุดหรือลดยาเอง อาจเกิดผลสะท้อนกลับ (rebound effect) ทำให้อาการทรุดหนักและเป็นภาระต่อร่างกายมากขึ้น
นพ. เสิ่นอี้ถิงอธิบายว่า หลักการ “ต้องจำให้ได้ว่าต้องกินยา” แนะนำให้ใช้สัญญาณเตือนในโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมือช่วยจำ เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยาเมื่อมีกิจกรรมเดินทางหรือเยี่ยมญาติที่ยุ่งวุ่นวาย ส่วนหลักการ “กินให้ครบ” คือไม่ควรลดยาหรือหยุดยาเอง เพราะการควบคุมโรคเรื้อรังเป็นกระบวนการระยะยาว การปรับขนาดยาโดยพลการอาจทำให้อาการแย่ลง

สุดท้ายคือ “กินอย่างระมัดระวัง” เนื่องจากอาหารในช่วงเทศกาลมีความหลากหลายและมักมีการรับประทานอาหารบำรุง ควรใส่ใจปฏิกิริยาระหว่างอาหารกับยา โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ไม่ควรรับประทานร่วมกับยา โดยเฉพาะยาแก้ปวด ยาลดน้ำตาลในเลือด และยากล่อมประสาทหรือยานอนหลับ ห้ามรับประทานพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ส้ม เกรปฟรุต และผลไม้ตระกูลส้มอื่น ๆ สามารถส่งผลต่อเอนไซม์ที่ตับใช้ในการเผาผลาญยา ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับประทานยาลดความดันโลหิตหรือยาลดไขมันในเลือด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้เหล่านี้ในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ระดับยาในเลือดสูงเกินไปและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยา
ส่วนอาหารเสริมที่พบได้บ่อย เช่น ตังกุยหรือโสม ก็อาจมีปฏิกิริยากับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออก จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง โรงพยาบาลเน้นย้ำว่า การเตรียมยาให้เพียงพอ รับประทานตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ และใส่ใจปฏิกิริยาระหว่างยาและอาหาร คือกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลอย่างปลอดภัย