ผอ.โรงเรียนมาบยางวิทยาคม เปิดใจสาเหตุประกาศ มีระบบเรียนซ้ำชั้น เผย 2 แนวคิด ผู้ปกครองยอมรับและเห็นด้วย โรงเรียนอื่นนำไปใช้ได้

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก โรงเรียนมาบยางวิทยาคม โพสต์ประกาศ ว่า โรงเรียนมาบยางวิทยาคมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่มีระบบ “การเรียนซ้ำชั้น” พร้อมย้ำเตือนว่า หากนักเรียนไม่ประสงค์จะตั้งใจเรียนจริงไม่ควรสมัครเข้าเรียน แต่หากมีความตั้งใจเรียนจริง โรงเรียนแห่งนี้ พร้อมจะให้ความรู้และดูแลนักเรียน อย่างดีที่สุด ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม

ล่าสุดวันที่ 18 ก.พ.2569 นายวีระ คงกระจ่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนมาบยางวิทยาคม ให้สัมภาษณ์กับ ‘ข่าวสดออนไลน์‘ ว่า ตั้งแต่ตนได้เข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนที่โรงเรียนมาบยางวิทยาคม ในปี 2569 ก็ได้เริ่มเสนอระบบการเรียนซ้ำชั้นให้กับผู้ปกครองและคุณครูในโรงเรียน ด้วย 2 แนวคิด คือ

อยากสร้างความเป็นธรรมให้กับนักเรียนที่มีความตั้งใจเรียน เพราะในการเรียนจะมีทั้งเด็กที่ตั้งใจ และอาจจะยังไม่รู้เป้าหมายในชีวิต ถ้าโรงเรียนไม่ประเมินผลอย่างยุติธรรม อาจเป็นการสอนให้นักเรียนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตั้งใจเรียนหรือทำดีให้ได้ผลดีในอนาคตได้ แต่ถ้าเด็กได้ผลการเรียนตามที่นักเรียนตั้งใจ เชื่อว่าโตไดเด็กจะเป็นบุคคลกรที่ตั้ฝใจทำงานและมีคุณภาพ

ส่วนแนวคิดที่ 2 คือ มองว่าสิ่งนี้เป็นความรู้พื้นฐาน เพราะในปัจจุบันเด็กบางคนอยู่ ม.1 หรือ ม.2 ยังอ่านหนังสือไม่ออก จึงมองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานจริงในการใช้ชีวิต ถ้ายังปล่อยให้ปัญหานี้เกิดต่อไป มองว่าการศึกษาอาจจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษาได้

“เด็กต้องมีความรู้เพียงพอที่จะเติบโตไปในการประกอบอาชีพ”

และด้วยสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่สามารถนำระบบนี้มาใช้ได้ เพราะทางโรงเรียน เป็นโรงเรียนที่อยู่ในชุมชน ทำให้มีเด็กเข้ามาสมัครเรียนจำนวนมาก และในปีที่แล้วก็มีเด็กบางส่วนที่ไม่ได้เรียน จึงคิดว่า ช่วงใกล้สมัครรับนักเรียนก็ควรจะประกาศให้ผู้ปกครองทราบว่า โรงเรียนนี้เป็นจริงเป็นจังในการเรียนการสอน เพราะถ้านักเรียนไม่ตั้งใจจริงจะมีการซ้ำชั้น

โดยตอนนี้ ได้เริ่มใช้ระบบนี้กับนักเรีบนชั้น ม.1 ปีที่แล้วไปแล้ว และจะเริ่มพิจารณาครั้งแรกในปลายเดือนมี.ค.นี้ แต่ในส่วนการพิจารณาก็จะมีขั้นตอนอื่น ๆ เช่น หากเด็กนักเรียนคนนี้มีเกณฑ์ต้องซ้ำชั้น ทางโรงเรียนจะเรียกประชุมผู้ปกครองอีกครั้ง และจะให้เด็กปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมการเรียนในระยะเวลาที่กำหนด โดยอยู่ภายใต้กรอบ 1 ปี ในการประเมิน

ส่วนผู้ปกครองเห็นด้วยหรือไม่นั้น นายวีระ กล่าวว่า วันประชุมผู้ปกครองได้สอบถามผู้ปกครองไปเบื้องต้น ซึ่งผู้ปกครองยอมรับและเห็นด้วย รวมถึงผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองที่เคยสำรวจ ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย เพราะเชื่อว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่รักลูก และไม่มีใครอยากให้ลูกจบแบบไม่มีความรู้

มากกว่านี้ ต้องร่วมมือกับทางทางผู้ปกครองถึงจะทำให้ลูกหลานประสบความสำเร็จได้ เพราะหากจะให้โรงเรียนดูแลฝ่ายเดียวอาจไม่เพียงพอ รวมถึงนักเรียนกับผู้ปกครองก็ควรจะส่งเสริมร่วมมือกัน เพื่อให้เด็กมีความรู้ความสามารถที่จะสำเร็จการศึกษาได้

นายวีระ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง ตนมองว่าเหมือนกับการลงเสาเข็ม แม้ตอกเสาเข็มครั้งแรกอาจมีผลกระทบมีกระแส แต่ถ้าทำไปแล้ว คนที่มีส่วนร่วมมองเห็นตรงกันว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ก็คิดว่ามันจะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ถ้ายกเลิกสิ่งที่ทำไปมันจะเสียเปล่า

“ต้องแก้ที่รากฐานก่อนแล้วผลผลิตมันจะดีงามเอง และในรุ่นต่อไปก็เชื่อว่ามันจะเป็นวัฒนธรรมด้วยซ้ำ”

ส่วนผลตอบรับในอนาคตนั้น ส่วนตัวคาดหวังว่าผลในอนาคตจะดีขึ้น เชื่อว่าอย่างน้อยถ้าเด็กรู้ว่าต้องเข้ามาด้วยความตั้งใจ เด็กก็จะได้เริ่มต้นปฏิบัติในสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง อย่างน้อยเด็กที่จะเข้ามา ต้องมีเป้าหมายก่อนว่าต้องตั้งใจเรียน ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญที่มองว่าเด็กสมัยนี้ขาดหายไป

นายวีระ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่กล้าที่จะสนับสนุนให้กับโรงเรียนอื่นกลับมาใช้ระบบนี้ แต่ตนมองว่า ต้องมีมาตราฐานในการตัดสินผลการเรียนเด็ก ที่ควรจะเข้มข้น ไม่จำเป็นที่ต้องให้เด็กเก่งทุกด้าน แต่ความรู้พื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็น และถ้าเป็นไปได้ โรงเรียนไหนสามารถนำแนวทางนี้ไปใช้ได้ ก็น่าจะมีความจำเป็น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน