เช็กเลย! สัญญาณเตือน มะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้น อาการไม่รุนแรง แต่อย่าปล่อยเรื้อรัง ตรวจพบเร็วเพิ่มโอกาสรักษาหายสูง แนะวิธีลดเสี่ยง
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนมะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้น โดยระบุข้อความว่า ใครที่มีอาการปวดท้อง แน่นลิ้นปี่ แสบท้อง แล้วคิดว่าเป็นแค่กรดไหลย้อนหรือกระเพาะอักเสบ กินยาลดกรดแล้วดีขึ้นบ้าง เลยปล่อยผ่าน
จริง ๆ มีสิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างนั่นคือ “มะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้น” ที่มักมาแบบอาการคล้ายโรคกระเพาะธรรมดา จนทำให้วินิจฉัยช้า ถ้าอาการเดิม ๆ เป็นนานเกิน 2–4 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัด ควรเริ่มระวังครับ วันนี้ผมจะพามาเช็กตัวเองเบื้องต้นกันว่าสัญญาณมะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้นมีอะไรบ้าง?
1.แน่นท้อง อิ่มเร็วผิดปกติ กินข้าวได้ไม่กี่คำก็รู้สึกอิ่ม แน่นลิ้นปี่ ท้องอืดบ่อย ทั้งที่ปริมาณอาหารไม่ได้เยอะ บางคนรู้สึกเหมือนอาหารค้างอยู่ในท้องนานกว่าปกติ เรอบ่อย อึดอัดช่วงบนของท้อง
อาการแบบนี้ถ้าเป็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในคนอายุเกิน 40 ปี หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรตรวจเพิ่มเติม เพราะก้อนเล็ก ๆ ในกระเพาะสามารถรบกวนการขยายตัวของผนังกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วโดยไม่รู้ตัว และมักถูกเข้าใจผิดว่าแค่ระบบย่อยไม่ดี
2.ปวดจุกลิ้นปี่ หรือแสบท้องเรื้อรัง อาการปวดมักไม่รุนแรงมาก แต่เป็นเรื้อรัง กินยาลดกรดก็ดีขึ้นชั่วคราวแล้วกลับมาใหม่ บางรายปวดไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร หรือปวดแม้ไม่ได้กินของเผ็ด เปรี้ยว หรือกาแฟ
หากปวดแบบเดิมซ้ำ ๆ หลายสัปดาห์ โดยเฉพาะถ้ามีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้รักษาแบบเดาไปเรื่อย ๆ เพราะการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกระเพาะอาจพัฒนาไปสู่ความผิดปกติของเซลล์ได้ การส่องกล้องจะช่วยแยกให้ชัดว่าเป็นแค่แผลธรรมดาหรือมีรอยโรคที่ต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจ
3.น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้คุมอาหาร ไม่ได้ออกกำลังกายเพิ่ม แต่น้ำหนักลดลงชัดเจนใน 1–3 เดือน เสื้อผ้าหลวมลง เหนื่อยง่ายมากขึ้น อาจเกิดจากการกินได้น้อยลงเพราะอิ่มเร็ว หรือร่างกายมีการอักเสบเรื้อรังจากก้อนมะเร็งที่ใช้พลังงานสูง
อาการนี้ถือเป็น “สัญญาณแดง” โดยเฉพาะถ้าน้ำหนักลดเกิน 5% ของน้ำหนักตัวในไม่กี่เดือนโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและพิจารณาส่องกล้อง ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องดีเพียงเพราะน้ำหนักลด
4.คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาเจียนเป็นเลือด ระยะต้นอาจแค่คลื่นไส้เรื้อรัง เบื่ออาหาร หรืออาเจียนเล็กน้อยเป็นครั้งคราว แต่ถ้าเริ่มมีอาเจียนบ่อยขึ้น หรืออาเจียนปนเลือด สีคล้ายกากกาแฟ ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีแผลหรือก้อนในกระเพาะที่มีเลือดออก
บางครั้งเลือดออกทีละน้อยจนสังเกตไม่ชัด แต่สะสมไปเรื่อย ๆ ทำให้ซีดโดยไม่รู้ตัว อาการคลื่นไส้ที่เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้นหลังปรับอาหารก็ควรตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด
5.อุจจาระดำ ซีด เหนื่อยง่าย ถ้ามีเลือดออกช้า ๆ ในกระเพาะ ถ้าถ่ายเป็นเลือดสีแดงสด มักมาจากลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าถ่ายดำเหมือนถ่านหรือยางมะตอย มักมาจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ และร่างกายจะค่อย ๆ ซีดจากการเสียเลือด ทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด เวลาขึ้นบันไดหรือเดินไกล ๆ จะรู้สึกหมดแรงเร็ว
บางคนคิดว่าเป็นแค่พักผ่อนน้อยหรือโลหิตจางธรรมดา แต่ถ้าโลหิตจางโดยหาสาเหตุไม่ได้ ควรตรวจทางเดินอาหารส่วนบน เพราะอาจมีแหล่งเลือดออกซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหาร
ไม่อยากเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารทำยังไงบ้าง?
- ตรวจหาเชื้อ H. pylori และรักษาการติดเชื้อในกระเพาะให้ครบถ้วน
- เลี่ยงอาหารเค็มจัด หมักดอง ปิ้งย่างไหม้เกรียมบ่อย ๆ
- งดสูบบุหรี่ และลดแอลกอฮอล์
- ถ้ามีอาการกระเพาะเรื้อรังเกิน 2–4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ ไม่ซื้อยากินเองซ้ำ ๆ
- คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการส่องกล้องคัดกรอง
- เลือกกินอาหารจุลินทรีย์ดีจากธรรมชาติ หรือจะเลือกเสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเชื้อ H. pylori แต่นี่เป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น ไม่ใช่ยารักษานะครับ
มะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้นมักไม่แสดงอาการรุนแรง แต่จะค่อย ๆ ส่งสัญญาณเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ให้เราเห็น ถ้าเราใส่ใจความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและไม่มองข้ามอาการเรื้อรัง การตรวจพบเร็วจะเพิ่มโอกาสรักษาหายได้สูงกว่าระยะลุกลามมาก อย่ารอให้ปวดหนักหรือมีเลือดออกชัดเจนแล้วค่อยตรวจ เพราะบางครั้งโอกาสที่ดีที่สุด คือการตรวจตั้งแต่วันที่อาการยังดูเหมือนไม่ร้ายแรงครับ
ที่มา หมอเจด เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 3 มี.ค. 2569