แพทย์เปิดสาเหตุ ชายมีอาการ หน้าดำคล้ำ-ไม่มีเสียงหายใจกลางดึก ย้ำอันตราย ใครกลัวเป็น ลองประเมินความเสี่ยงด้วยแบบสอบถาม STOP-BANG

นพ.ไช่ หมิงเส้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตศอนาสิกวิทยา เปิดเผยกรณีหญิงรายหนึ่งที่ตกใจจนร้องไห้กลางดึก หลังเห็นใบหน้าของสามีเปลี่ยนเป็นสีคล้ำผิดปกติ ผลการตรวจการนอนหลับพบว่า ระดับออกซิเจนในเลือดของชายรายนี้ลดลงเหลือเพียง 55%

นพ.ไช่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อผู้ป่วยชายรายนี้มาพบแพทย์ เขากล่าวเพียงว่า “หมอครับ ตอนกลางวันผมเหมือนคนไร้วิญญาณ” เขาไม่มีแรงทำงาน ประชุมก็หลับบ่อย แม้กระทั่งขับรถยังรู้สึกมึนงง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ครอบครัวหวาดผวาคือช่วงเวลากลางคืน ภรรยาของเขาเล่าว่า “เขามักจะนอน ๆ อยู่แล้วจู่ ๆ ก็เงียบไปเลย ไม่มีเสียงหายใจ ใบหน้าคล้ำดำ ครั้งหนึ่งเหมือนสีมะเขือม่วง ฉันตกใจจนสะดุ้งลุกขึ้นทันที”

นพ.ไช่อธิบายว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง ผลตรวจการนอนหลับของผู้ป่วยรายนี้พบค่า AHI (Apnea-Hypopnea Index) สูงถึง 86.1 ครั้งต่อชั่วโมง และระดับออกซิเจนต่ำสุดเหลือเพียง 55% ซึ่งหมายความว่าแทบทุกนาทีร่างกายกำลังเผชิญภาวะขาดออกซิเจน สมอง หัวใจ และหลอดเลือดต้องรับแรงกดดันซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งคืน

แพทย์เตือน ภาวะนี้คือ “การขาดอากาศเรื้อรัง”

นพ.ไช่ระบุว่า ความเหนื่อยล้าในเวลากลางวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา การขาดออกซิเจนรุนแรงในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะอ่อนเพลีย ความจำลดลง ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และความผิดปกติของระบบเผาผลาญ หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่เหนื่อย แต่แท้จริงแล้วร่างกายกำลังเผชิญภาวะ “ขาดอากาศแบบเรื้อรัง”

เขาเน้นย้ำว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “นอนกรนเสียงดัง” เท่านั้น เมื่อระดับออกซิเจนลดลงถึง 55% ถือว่าใกล้ระดับอันตราย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ค่าออกซิเจน 55% ใกล้ระดับวิกฤต

นพ.ไช่กล่าวเพิ่มเติมว่า โชคดีที่ภาวะนี้สามารถรักษาได้ หลังจากประเมินอย่างครบถ้วนแล้ว ได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นคืนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป้าหมายของศัลยกรรมการนอนหลับไม่ใช่เพียงทำให้เสียงกรนเบาลง แต่เพื่อให้การหายใจกลับมาราบรื่นอย่างแท้จริง

เขาเตือนว่า หลายคนมักทนกับอาการโดยไม่ใส่ใจ แต่เมื่อคู่ชีวิตถึงขั้นสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยความตกใจ นั่นมักไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยอีกต่อไป

ประเมินความเสี่ยงด้วยแบบสอบถาม STOP-BANG

นพ.ไช่แนะนำให้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยแบบสอบถาม “STOP-BANG” ซึ่งใช้กันในทางคลินิก โดยตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละข้อ ดังนี้

  1. กรนเสียงดังมาก (ได้ยินแม้อยู่คนละห้อง)
  2. รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงบ่อยในเวลากลางวัน
  3. มีผู้สังเกตว่าขณะนอนหลับหยุดหายใจ
  4. มีความดันโลหิตสูง
  5. ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30
  6. อายุเกิน 50 ปี
  7. รอบคอผู้ชายมากกว่า 40 ซม. (ผู้หญิงมากกว่า 35 ซม.)
  8. เป็นเพศชาย

หากมีคำตอบ “ใช่” ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงปานกลางถึงสูง และหากมี 5 ข้อขึ้นไป “ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับอย่างจริงจัง”

นพ.ไช่ย้ำทิ้งท้ายว่า หากคนใกล้ตัวนอนแล้วเงียบผิดปกติหรือใบหน้าเริ่มคล้ำ อย่าเพียงช่วยดึงผ้าห่มให้ แต่ควรแนะนำให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจร้ายแรงถึงชีวิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน