งานวิจัยจีนเผยความเชื่อมโยงระหว่างการกินพริกกับส่วนสูงของเด็ก พบสารแคปไซซินอาจรบกวนจุลินทรีย์ในลำไส้ และขัดขวางกลไกการเจริญเติบโตของกระดูก

ความสูงของมนุษย์เป็นผลลัพธ์จากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม โภชนาการ การนอนหลับ และสภาพแวดล้อม แต่ล่าสุดนักวิจัยเริ่มพบความเชื่อมโยงใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือ วัฒนธรรมการกินเผ็ด ซึ่งอาจมีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

งานวิจัยจากทีมแพทย์ของ Nanchang University ในประเทศ China ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก Nature Communications ระบุว่า การบริโภคพริกในปริมาณสูงต่อเนื่องอาจเกี่ยวข้องกับ ภาวะเตี้ยโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็ก

สถิติชี้ชัด คนจีน “เหนือสูง–ใต้เตี้ย”

ข้อมูลทางมานุษยวิทยาระบุว่า ประชากรจีนมีความแตกต่างด้านส่วนสูงตามภูมิภาคมาอย่างยาวนาน โดยพบแนวโน้มว่า คนทางตอนเหนือมักมีความสูงเฉลี่ยมากกว่าทางตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้

งานวิจัยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า

  • พื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของจีนมีค่าเฉลี่ยความสูงสูงกว่า
  • พื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ เช่น Guizhou และ Sichuan มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า

แม้กระทั่งการศึกษาในปี 2023 ก็ยังพบว่า เด็กผู้ชายในมณฑลทางเหนือมีส่วนสูงเฉลี่ยเกิน 175 เซนติเมตรแล้ว ขณะที่เด็กในบางพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ยังต่ำกว่า 170 เซนติเมตร

จุดเริ่มต้นของงานวิจัย: พบเด็ก “เตี้ยไม่ทราบสาเหตุ” จำนวนมาก

ระหว่างการทำงานทางคลินิก แพทย์จากโรงพยาบาลในเครือ Nanchang University พบว่าในบางพื้นที่ เช่น

  • Jiangxi
  • Guizhou
  • Chongqing

มีอัตราการพบเด็กที่มีภาวะ Idiopathic Short Stature (ISS) หรือภาวะเตี้ยโดยไม่ทราบสาเหตุ สูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่พื้นที่เหล่านี้มีเหมือนกันคือ วัฒนธรรมการกินอาหารเผ็ดจัด โดยเฉพาะเมืองฉงชิ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องอาหารรสเผ็ด นักวิจัยจึงตั้งคำถามว่า “การกินพริกจำนวนมากอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กหรือไม่”

กลไกที่นักวิทย์ค้นพบ: พริกอาจรบกวนการเติบโตของกระดูก

ทีมวิจัยได้ศึกษาเด็กที่มีภาวะ ISS จำนวน 106 คน เปรียบเทียบกับเด็กที่มีสุขภาพดี เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคพริกกับการเจริญเติบโต

ผลการศึกษาพบกลไกสำคัญ 3 ขั้นตอน

1. จุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล

การบริโภคสาร แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด หากกินในปริมาณสูงและต่อเนื่อง อาจทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล และก่อให้เกิด การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ

2. ร่างกายหลั่งโมเลกุล miR-17-3p

เมื่อเกิดการอักเสบ ร่างกายจะหลั่งโมเลกุลที่เรียกว่า miR-17-3p เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการควบคุมการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต

3. ขัดขวางการเติบโตของกระดูก

โมเลกุลดังกล่าวจะเข้าไปยับยั้งสัญญาณการเติบโตของกระดูก เช่น RAS/ERK และ PI3K/AKT ในบริเวณ แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate) ทำให้เซลล์กระดูกอ่อนแบ่งตัวได้ลดลง ส่งผลให้การเจริญเติบโตของร่างกายช้าลง

เด็กควรเลี่ยงอาหารเผ็ดหรือไม่?

แม้งานวิจัยจะพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจ แต่ทีมวิจัยระบุว่า การทดลองใช้ปริมาณแคปไซซินค่อนข้างสูง เทียบเท่ากับการกินเผ็ดจัดทุกวันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจมากกว่าพฤติกรรมการกินของคนทั่วไป

ดังนั้นการกินเผ็ดในระดับปกติอาจไม่ได้ส่งผลรุนแรงต่อส่วนสูง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก ได้แก่

  • โภชนาการที่ครบถ้วน
  • การนอนหลับเพียงพอ
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • การดูแลสุขภาพลำไส้

ขณะที่เด็กที่มีแนวโน้ม เติบโตช้ากว่าเกณฑ์ การลดอาหารเผ็ดจัดลงบ้าง อาจช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้สมดุลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ระบุว่าใช้สารแคปไซซินในปริมาณค่อนข้างสูง เทียบเท่ากับการกินเผ็ดจัดมาก ๆ ติดต่อกันทุกวันหลายปี จึงอาจไม่สามารถยืนยันได้ 100%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน