เช็ก 7 สัญญาณเตือน จาก “ผิวหนัง” ที่หลายคนมักมองข้าม ผิวซีด แห้ง คัน อาจนำไปสู่ภัยเงียบไม่รู้ตัว แพทย์ชี้ รีบตรวจ “ไต” ด่วน
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เมื่อการทำงานของไตมีปัญหา ผิวหนังอาจแสดงสัญญาณผิดปกติบางประการที่ไม่ควรมองข้าม
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ในระยะเริ่มต้นของโรคไต มักไม่แสดงอาการทางผิวหนังอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคลุกลาม ร่างกายอาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านผิวหนัง ซึ่งผู้ป่วยควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
7 ลักษณะผิดปกติของผิวหนังที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคไต
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐฯ ได้ระบุสัญญาณสำคัญ 7 ประการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่
1. ผิวแห้งรุนแรง
ผิวหนังอาจแห้งมากผิดปกติ เช่น
- หยาบกร้าน ลอกเป็นขุย
- ตึงและแตกง่าย
- มีลักษณะคล้ายเกล็ดปลา
อาการผิวแห้งรุนแรงมักพบในผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ที่ต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต
2. อาการคันอย่างรุนแรง
อาการคันผิวหนังอย่างรุนแรงเป็นอาการที่พบบ่อยในโรคไตระยะลุกลาม ระดับความคันอาจตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ผิวหนังอาจคันเกือบตลอดเวลา หรือเป็นต่อเนื่องในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของวัน
บางรายคันเฉพาะจุด แต่บางรายอาจลุกลามทั่วร่างกาย การเกาบ่อยอาจทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหาย เช่น
- ผิวถลอก เลือดออก หรือเกิดแผล
- ผิวหนาและหยาบกระด้าง

3. การเปลี่ยนแปลงของสีผิว
เมื่อไตทำงานได้ไม่เต็มที่ สารพิษอาจสะสมในร่างกาย ส่งผลให้สีผิวเปลี่ยนแปลง เช่น
- ผิวซีด ดูไม่สดใส
- ผิวมีโทนสีเทา
- ผิวออกเหลือง
- มีบริเวณผิวคล้ำเป็นหย่อม
- ผิวหนาขึ้น มีตุ่มนูนและริ้วรอยลึก
- มีตุ่มหรือจุดคล้ายสิวหัวขาว
4. ความผิดปกติของเล็บ
โรคไตอาจส่งผลต่อรูปร่างและสีของเล็บมือหรือเล็บเท้า โดยเฉพาะในระยะลุกลาม อาจพบว่า
- ครึ่งบนของเล็บเป็นสีขาว ส่วนล่างเป็นสีชมพูถึงน้ำตาลแดง
- เล็บซีด
- มีแถบสีขาวพาดตามแนวขวางของเล็บ
เนื่องจากเล็บสามารถสะท้อนสุขภาพโดยรวมได้ หากพบความผิดปกติควรไปพบแพทย์
5. ผื่นผิวหนัง
เมื่อไตไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้ ผิวหนังอาจเกิดผื่น โดยในผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย มักพบตุ่มนูนขนาดเล็กรูปโดมที่ทำให้คันอย่างรุนแรง
เมื่อผื่นบางส่วนยุบลง อาจมีตุ่มใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง และในบางกรณี ตุ่มเหล่านี้อาจรวมตัวกันเป็นปื้นผิวขรุขระและนูน

6. ตุ่มน้ำพอง (ตุ่มน้ำใส)
ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะระยะสุดท้าย อาจพบตุ่มน้ำพองบนผิวหนัง มักเกิดบริเวณ
- มือ
- ใบหน้า
- เท้า
ตุ่มน้ำอาจแตก แห้ง และตกสะเก็ด เมื่อหายแล้วมักทิ้งรอยแผลเป็น
7. การสะสมแคลเซียมใต้ผิวหนัง
ไตมีหน้าที่สำคัญในการรักษาสมดุลของแร่ธาตุในเลือด เช่น โซเดียมและฟอสเฟต เมื่อการทำงานของไตบกพร่อง ระดับแร่ธาตุอาจผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการสะสมของแคลเซียมใต้ผิวหนัง
ก้อนแคลเซียมมักพบรอบข้อต่อและไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่หากเกิดบริเวณปลายนิ้ว อาจทำให้ปวดอย่างรุนแรง ในบางกรณี เมื่อก้อนดันขึ้นสู่ผิว อาจมีของเหลวสีขาวขุ่นไหลออกมา และอาจพบร่วมกับลักษณะเล็บ “ครึ่งขาวครึ่งคล้ำ”
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคไตเสมอไป แต่หากพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที
ที่มา SOHA