อย. ออก 3 มาตรการ รับมือ วิกฤตตะวันออกกลาง ช่วยผู้ประกอบการนำเข้าวัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์สุขภาพ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

วันที่ 24 มี.ค.2569 ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความล่าช้า การขาดแคลน และต้นทุนที่สูงขึ้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็น

อย.

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงออกมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นจากสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในภาวะวิกฤต โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นสำคัญ ควบคู่กับการดูแลไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ

สำหรับมาตรการสำคัญ ได้แก่

  1. การปรับเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ อนุญาตให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตัวทำละลาย หรือรูปแบบวัตถุดิบได้ โดยต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างทางเคมี และไม่ส่งผลต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต
  2. การปรับเปลี่ยนภาชนะบรรจุ ในกรณีที่เกิดการขาดแคลน สามารถเปลี่ยนรูปแบบ ชนิด หรือขนาดบรรจุได้ โดยต้องมีมาตรฐานและความปลอดภัยเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม
  3. เปิดช่องทางพิจารณาแบบเร่งด่วน (Fast Track) เพื่อให้การอนุมัติการปรับเปลี่ยนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สอดรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ลดผลกระทบต่อการผลิตและการกระจายสินค้าในระบบ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอได้ทางเว็บไซต์ของ อย.ที่ https://www.fda.moph.go.th

“มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ คงความต่อเนื่องของการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็น โดย อย.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพยังคงมีเพียงพอ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน”ภญ.สุภัทรา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน