ระวังภัยเงียบ! แพทย์เตือน 7 พฤติกรรม “ทำร้ายไต” ที่หลายคนทำแทบทุกวันจนเป็นนิสัย เสี่ยงไตพังไม่รู้ตัว แนะรีบปรับพฤติกรรมด่วน
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ “ไต” เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ควบคุมสมดุลของของเหลวและเกลือแร่ รวมถึงช่วยปรับระดับความดันโลหิต แม้จะมีบทบาทสำคัญ แต่การดูแลรักษาสุขภาพไตมักถูกมองข้าม จนกว่าจะเริ่มมีสัญญาณปัญหาจากร่างกาย
ข้อมูลประมาณการทั่วโลกระบุว่า เกือบ 10% ของประชากรโลก เผชิญปัญหาจากโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมักก่อตัวอย่างเงียบๆ จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ค่อยๆ ทำลายการทำงานของไตในระยะยาว

นพ. Shalabh Agrawal แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะจากอินเดีย ระบุว่า พฤติกรรมเล็กๆ ในแต่ละวันส่งผลอย่างมากต่อสุขภาพไต โดยมี 7 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนี้
1. บริโภคเกลือมากเกินไป
การกินเค็มเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่พบบ่อยและเพิ่มภาระให้ไต องค์การอนามัยโลกแนะนำให้จำกัดการบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน แต่หลายคนบริโภคเกินจากอาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว และอาหารนอกบ้าน
เมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป จะกักเก็บน้ำไว้เพื่อลดความเข้มข้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และอาจทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กในไตที่ทำหน้าที่กรองของเสีย
งานวิจัยในวารสาร Clinical Hypertension ยังพบว่า การบริโภคเกลือสูงอาจเร่งการเสื่อมของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
2. ใช้ยาแก้ปวดเกินความจำเป็น
ยาแก้ปวดมักถูกใช้บ่อยเพื่อบรรเทาอาการปวดต่างๆ แต่การใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค อาจส่งผลเสียต่อไตในระยะยาว
ยาเหล่านี้รบกวนการทำงานของสารที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนเลือดไปยังไต ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของไต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาไตอยู่แล้ว
3. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของไต เพราะช่วยขับของเสียออกทางปัสสาวะ
หากดื่มน้ำน้อย ปัสสาวะจะมีความเข้มข้นสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ งานวิจัยในวารสาร Public Health Nutrition ชี้ว่า การดื่มน้ำน้อยสัมพันธ์กับความเสี่ยงนิ่วในไตที่สูงขึ้น
4. กินอาหารแปรรูปสูงเป็นประจำ
อาหารแปรรูปสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มหวาน และเนื้อสัตว์แปรรูป มักมีโซเดียมสูง สารกันเสีย และสารเติมแต่งฟอสฟอรัส ซึ่งเพิ่มภาระให้ไต
งานวิจัยในวารสาร American Journal of Kidney Diseases พบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารแปรรูปสูงเป็นประจำ มีความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรังมากขึ้น โดยเฉพาะฟอสฟอรัสส่วนเกินที่ส่งผลเสียต่อไตในระยะยาว
5. นอนหลับไม่เพียงพอ
การนอนหลับมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงการทำงานของไต ในระหว่างการนอน ร่างกายจะปรับสมดุลกระบวนการต่างๆ ที่ช่วยให้อวัยวะทำงานได้อย่างเหมาะสม
งานวิจัยในวารสาร Kidney International ระบุว่า การนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไต เนื่องจากรบกวนจังหวะชีวภาพและกระทบต่อการทำงานของไต
6. บริโภคน้ำตาลมากเกินไป
การบริโภคน้ำตาลสูงส่งผลเสียต่อไตทางอ้อม โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ซึ่งนำไปสู่ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน สองปัจจัยหลักของโรคไตเรื้อรัง
นอกจากนี้ น้ำตาลยังแฝงอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น ซอส ซีเรียล และโยเกิร์ตรสต่างๆ การลดน้ำตาลและอ่านฉลากอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ

7. ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เนื่องจากรบกวนสมดุลของของเหลวในร่างกายและทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ
อีกทั้งยังเพิ่มความดันโลหิต และส่งผลกระทบต่อตับ ทำให้ไตต้องทำงานมากขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่การเสื่อมของไต
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แม้เพียงเล็กน้อย สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไตและส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใส่ใจการใช้ชีวิตอย่างสมดุล เพื่อปกป้องไตในระยะยาว
ที่มา SOHA