รำลึก 1 ปี ตึกสตง.ถล่ม โศกนาฏกรรมฉาว ที่ลืมไม่ได้ จำไม่ลง

“เมื่อเวลา 13.20 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2568 คุณกำลังทำอะไรอยู่”

พลันที่รอยเลื่อนสะกาย ขยับตัว พลานุภาพแห่งการทำลายล้าง ก็เริ่มต้นขึ้น จากศูนย์กลาง ณ มันดาเลย์ เมียนมา ที่ความลึก 10 กิโลเมตร กลายเป็นการก่อกำเนิดของแผ่นดินไหวขนาด 8.2 มาตราริกเตอร์ ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา แผ่สะท้านความเสียหายเป็นวงกว้าง กลืนกินหลายชีวิต สั่นสะเทือนหลายเรื่องราว และเกิดเป็นโศกนาฏกรรมสุดเศร้าในที่สุด

13.20 น. ของวันที่ 28 มี.ค.2568 วินาทีนั้น ทั่วประเทศไทยสัมผัสการสั่นไหว บ้านเหมือนถูกโยก คนเหมือนจะล้ม ลิฟต์เหวี่ยงไปมา มากความรู้สึก และมากความหวาดผวา ผู้คนในกรุงเทพมหานคร ตื่นตระหนก เมืองหลวงที่เกลื่อนด้วยป่าคอนกรีท คอนโดมิเนียม อาคารสูง โยกไปมา ราวกับเป็นเพียงใบไม้ ความกลัวแล่นถึงจุดสูงสุด หลายคนรีบวิ่งลงมา ไม่ทันได้หยิบข้าวของ บ้างมีแค่ผ้าเช็ดตัวปิดเรือนร่าง บ้างพาพ่อแม่ผู้สูงอายุออกมา หลายคนช็อกจำนวนไม่น้อยหวาดผวา

ความเสียหาย กำแพงพัง ฝ้าถล่ม ยังคงทิ้งร่องรอยเป็นอนุสรณ์ย้ำเตือนความเสียหาย จนถึงวันนี้ คอนโดมิเนียมหลายที่ ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ห้องหลายหลังมีรอยร้าวเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว 1 ปี

หลังหายนะนี้ผ่านพ้นไปได้ไม่กี่นาที ฝูงชนจำนวนมาก ต่างออกมามุงดู ตรงบริเวณย่านจตุจักร ตรงนี้หลายคนเคยขับผ่าน และเห็นบางสิ่งปรากฎอยู่ ทีแรกมันเป็นเพียงอาคารอยู่ระหว่างก่อสร้างขนาดใหญ่ สูงตระหง่าน หลายสิบชั้น ถ้าสร้างเสร็จน่าจะอลังการพอดู

กระนั้นมีไม่กี่คนที่รู้ว่า ตรงบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ติดถนนกำแพงเพชร 2 เนื้อที่ขนาด 10 ไร่ 3 งาน คือ จุดก่อสร้างของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. วงเงินก่อสร้าง 2 พันกว่าล้านบาท โดยมีผู้ชนะการประกวดรับจ้างก่อสร้าง เป็นกิจการร่วมค้า ไอทีดี – ซีอาร์อีซี อันประกอบด้วย บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน และบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด วงเงิน 2.1 พันล้านบาท ดำเนินการเบิกจ่ายมาแล้ว 22 งวด เป็นวงเงิน 966.80 ล้านบาท

หากสร้างเสร็จ ข้าราชการของสตง. จะอยู่ท่ามกลางวิวทิวทัศน์อันดงดงาม ด้านหน้าหน้าเห็นสวนรถไฟและสวนจตุจักร ด้านหลังเป็นสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์

ทว่าหลังเวลา 13.20 น. ของวันที่ 28 มี.ค.2568 ทุกอย่างกลับตาลปัตร จากความภาคภูมิใจ ร่วงหล่นสู่โศกนาฏกรรม

พลันที่รอยเลื่อนสะกายสำแดงอานุภาพ แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นทั่วทั้งเมียนมาและไทย กรุงเทพสั่นสะท้าน ทุกชีวิตต่างหยุดนิ่ง คนงานอาคารก่อสร้างตึกสตง.อยู่ในอาการตระหนกไม่ใช่น้อย บางคนทำงานที่ชั้น 29 พอรับรู้ถึงแรงสั่นไหว จึงมาร่วมกลุ่มกัน ด้วยความหวาดกลัว

“ผมคิดว่า คงไม่ได้กลับบ้านไปหาแม่ได้อีกแล้ว” แรงงานเมียนมากล่าวกับนักข่าว “เกิดมาคนเดียว คงต้องตายคนเดียว”

เสี้ยววินาทีต่อมา เศษปูนหล่นใส่หัว ชายชาวเมียนมาเอามือปัด ก่อนจะพบว่าก้อนปูนใหญ่ร่วงโดนศีรษะเต็มๆ

แรงงานหลายคนที่อยู่ ณ โครงการก่อสร้างตึกสตง. ไม่รู้เลยว่า ด้านนอกของตึก ประชาชนจำนวนมากต่างจับกลุ่มยืนมอง แล้วสังเกตเห็นตึกแห่งนี้โยกแปลกๆ หลายคนหยิบมือถือมาถ่ายคลิป พวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุย หลายคนสังหรณ์เรื่องร้าย แต่แทบทุกคนหวังว่า จะไม่เป็นความจริง

ทว่าไม่กี่นาทีต่อมา ฝันร้ายที่น่ากลัวสุด ก็เกิดขึ้นจนได้

ตึกสตง.พังถล่มลงมา ย่อยยับดิ่งลงเป็นชั้นๆ เมื่อมันปรากฏในโลกออนไลน์ หลายคนคิดว่า คือ คลิปต่างประเทศ เป็นคลิปจากเอไอ แต่ในเวลาต่อมา สังคมไทยก็ตระหนัก มันคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ

ควันฟุ้ง ฝุ่นกระจาย แรงงานเมียนมาเล่าว่า นาทีนั้น เขากระเด็นออกจากชั้น 29 ไม่แน่ใจว่าร่วงลงตรงไหนของตึก หัวเปื้อนเลือด แต่ยังพยายามมีสติ มองไปรอบๆ ไม่เจอใคร เห็นแต่ซาก ขาจมไปในกองปรักหักพัง ยังดีที่ตัวใหญ่จึงดึงร่างออกมาได้ แล้วมุดสุดชีวิต เพื่อเอาตัวรอด แม้แผลจะเต็มตัว แต่ก็ตะเกียกตะกาย เพื่อจะได้มีลมหายใจต่อไป

ตอนนั้น เขาไม่ได้ยินเสียงใครตะโกนขอความช่วยเหลือ ใจหวั่นเกรงนึกถึงเพื่อนร่วมงาน

“ผมยังจำภาพ คนที่สไลด์ออกไปได้ จนถึงวันนี้”

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมนี้ มีคนตาย 93 ราย และหายสาบสูญอีก 3 ไม่นับผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสียที่ต้องเผชิญกับฝันร้ายอย่างเจ็บปวด หลังเกิดเรื่องมีความพยายามเอาผิด ทางสตง.จ่ายเงินเยียวยาชดเชยครอบครัวเหยื่อทั้งหมด 129 ล้านบาท มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ส่วนข้อสงสัยว่าความผิดพลาดของการก่อสร้าง จนเกิดเรื่องเลวร้ายนี้ มีฝีมือและร่องรอยของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินงานของสำนักงานป.ป.ช.

เกือบจะครบ 1 ปี ทางตัวแทนสตง.ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน รวมถึงผู้สูญเสียจากเหตุการณ์นี้ โดยบอกว่าทุกครั้งที่ผ่านจุดเกิดเหตุ ก็ยังเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

“คำว่าตึกถล่ม จะติดอยู่กับสตง.ไปจนวันตาย”

ด้านน้องพั้นช์ ลูกสาวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เธอถูกพรากพ่อและแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับตลอดกาล จนถึงวินาทีนี้ น้องยังรอคอยความยุติธรรม เพราะยังมีอีกหลายชีวิต หลายครอบครัวที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่ใช่คนไทย

“ยิ่งใกล้ถึงวันแบบนี้ หนูยิ่งคิดเยอะ”

ประโยคนี้บอกเล่าความเศร้าของเหยื่อได้เป็นอย่างดี มันคือ สัญลักษณ์ และภาพแทนย้ำเตือนความเลวร้ายจากเหตุแผ่นดินไหว บาดแผลนี้ไม่เคยถูกชะล้าง แต่กลับติดแน่น ฝังในใจของผู้เกี่ยวข้องไปตลอดกาล

มันไม่ใช่ความเศร้า แต่เป็นความเจ็บปวด มันคือความทรงจำสุดเลวร้าย ที่ไม่มีใครอยากจำ แต่ก็ต้องจำ

แม้จะพยายามลืม แต่ไม่เคยทำได้ เพียงวินาทีเดียวก็ยังถูกบังคับให้รำลึกถึง จิตใจและความรู้สึกยังชอกช้ำ

สถานที่ตรงนี้ คือสุสานย้ำเตือนฝันร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของหลายชีวิต พวกเขาไม่อยากจะจดจำมันอีกต่อไป ตามคำพูดของน้องพั้นช์ที่พูดกับทางข่าวสดอย่างปลงๆ ว่า

“ขนาดขี่รถผ่าน หนูยังไม่อยากมองเลย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน