เจ้าหน้าที่กู้ชีพเปิดใจ ปมถูกญาติคนป่วยโพสต์ต่อว่า ไม่ถอดรองเท้าเข้าบ้าน เผยเป็นเคสสโตรกเร่งด่วน ยอมรับเสียใจเพราะตั้งใจไปช่วยคนป่วย
จากกรณีดราม่าในโลกโซเชียล หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ตำหนิเจ้าหน้าที่กู้ชีพที่สวมรองเท้าเข้าไปภายในบ้านขณะเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 3 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิกู้ชีพตะพงเทิดธรรมที่มีการใส่รองเท้าเข้าไป เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ ว่า ในวันเกิดเหตุทางมูลนิธิได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรง จึงรีบเดินทางไปยังบ้านพักทันที เมื่อไปถึงพบว่าผู้ป่วยอยู่ภายในบ้าน จึงจำเป็นต้องนำอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยไม่ได้ถอดรองเท้า เนื่องจากเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องแข่งกับเวลา
เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ระบุอีกว่า หลังเข้าช่วยเหลือพบว่าผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรง ไม่สามารถขยับตัวได้ พูดไม่ชัด และมีอาการซึม ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง (สโตรก) จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ญาติผู้ป่วยไม่ได้มีการทักท้วงเรื่องการสวมรองเท้าแต่อย่างใด โดยปกติแล้วในการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยตามบ้าน เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักแจ้งว่าไม่จำเป็นต้องถอดรองเท้า เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้การเข้าถึงตัวผู้ป่วยล่าช้า อีกทั้งต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมาก
เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ยอมรับว่า ไม่เคยเจอกรณีที่ถูกนำไปโพสต์ตำหนิในลักษณะนี้มาก่อน และเมื่อทราบเรื่องก็รู้สึกทั้งโกรธและเสียใจ เนื่องจากตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นหลัก โดยอยากให้สังคมเข้าใจว่าทุกวินาทีมีผลต่อชีวิตของผู้ป่วย
ภายหลังจากเกิดกระแสดังกล่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อขอโทษโดยตรงจากผู้โพสต์ มีเพียงน้องชายของผู้โพสต์ที่โทรศัพท์มาขอโทษแทนพี่สาวเท่านั้น
ทั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ชีพย้ำว่า การทำงานทุกครั้งจะให้ความสำคัญกับการช่วยชีวิตผู้ป่วยเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะในเคสฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูงอย่างโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความพิการในระยะยาว