นักโภชนาการแนะ 4 วิธีช่วยปรับสมดุล พร้อมสาเหตุกินอิ่มแล้วง่วง อ่อนเพลีย-ไม่มีแรง เพราะน้ำตาลในเลือดเป็นตัวการ

หลายคนมักมีอาการง่วงซึมหลังรับประทานอาหาร หรือที่เรียกว่า “คาร์บโคม่า” (ง่วงหลังทานคาร์โบไฮเดรต) ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีแรง นักโภชนาการซานซานชี้ว่า อาการ “ง่วงหลังอาหาร” นี้มีความเกี่ยวข้องกับความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด

โดยการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้จำเป็นเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็สามารถดูแลได้ เพื่อช่วยลดไขมันและเพิ่มความสดชื่นของร่างกาย พร้อมแนะนำ “4 วิธีควบคุมระดับน้ำตาลในชีวิตประจำวัน” ดังนี้

1. ปรับลำดับการรับประทานอาหาร แนะนำให้เริ่มจากโปรตีนและผักก่อน จากนั้นจึงค่อยรับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต วิธีนี้ช่วยชะลอการย่อยและการดูดซึม ลดการพุ่งขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว

2. เลือกชนิดแป้งให้เหมาะสม ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารสูง ซึ่งช่วยลดความผันผวนของน้ำตาลในเลือด เช่น ข้าวกล้อง มันเทศ ฟักทอง ข้าวโพด หรือข้าวธัญพืชรวม

3. เคลื่อนไหวร่างกายหลังมื้ออาหาร หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรทำกิจกรรมเบา ๆ ประมาณ 15 นาที เช่น เดินเล่น เดินเร็ว หรือทำงานบ้าน เพื่อช่วยให้ร่างกายนำกลูโคสไปใช้ ลดการสะสม

4. ลดการบริโภคน้ำตาลเชิงเดี่ยว เช่น ขนมหวาน คุกกี้ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็วและลดลงเร็ว ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า หากต้องการของหวาน ควรเลือกผลไม้ดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น แอปเปิล ฝรั่ง หรือบลูเบอร์รี และแนะนำให้รับประทานหลังมื้ออาหาร

นักโภชนาการอธิบายเพิ่มเติมว่า การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ช่วยลดความเสี่ยงในการสะสมไขมัน เมื่อระดับน้ำตาลนิ่ง การหลั่งอินซูลินก็จะมีความสมดุล ทำให้พลังงานไม่ถูกเปลี่ยนไปเก็บในรูปไขมันได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลต่ำแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหิวบ่อยและการกินมากเกินไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน