หญิงวัย 60 ปี เริ่มมีอาการตัวเหลือง-ปัสสาวะสีชาดำ พบเป็นมะเร็งตับอ่อน แพทย์เตือนสังเกต 3 สัญญาณสำคัญ
หญิงวัย 60 ปีรายหนึ่งสังเกตว่าปัสสาวะของตนมีสีเข้มคล้ายชาดำ ต่อมามีอาการเบื่ออาหาร รับประทานอาหารเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกอิ่ม และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วถึง 5 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน แต่เนื่องจากไม่มีอาการปวดหรือความผิดปกติชัดเจน จึงไม่ได้ใส่ใจ
จนกระทั่งครอบครัวพบว่าตาขาวและผิวหนังเริ่มมีสีเหลือง จึงรีบพาไปพบแพทย์ ผลตรวจพบว่าค่าดัชนีดีซ่านและค่าการทำงานของตับสูงกว่าปกติมากกว่า 10 เท่า และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ตับ และทางเดินน้ำดี หลินเซียงหง ระบุว่า มะเร็งตับอ่อนถูกขนานนามว่า “นักฆ่าเงียบ” เนื่องจากผู้ป่วยประมาณร้อยละ 70 ในระยะเริ่มต้นแทบไม่มีอาการชัดเจน
อาจมีเพียงอาการย่อยอาหารไม่ดีหรือเบื่ออาหารเล็กน้อย ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว อย่างไรก็ตาม หากก้อนมะเร็งเกิดบริเวณศีรษะของตับอ่อน ซึ่งอยู่ใกล้ท่อน้ำดี เมื่อก้อนเนื้อโตขึ้นจะกดทับท่อน้ำดี ทำให้น้ำดีไม่สามารถระบายได้ตามปกติ และนำไปสู่ภาวะดีซ่าน

ที่สำคัญคือ ภาวะดีซ่านจากมะเร็งลักษณะนี้มัก “ไม่ก่อให้เกิดอาการปวด” แตกต่างจากนิ่วในถุงน้ำดีหรือการอักเสบเฉียบพลันที่มักมีอาการปวดรุนแรง แพทย์อธิบายว่า เนื่องจากก้อนมะเร็งเจริญเติบโตอย่างช้า ๆ ทำให้ท่อน้ำดีถูกกดทับอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความดันในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ร่างกายจึงปรับตัวได้ และไม่มีปฏิกิริยาการอักเสบเฉียบพลัน จึงไม่เกิดอาการปวดชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยมักละเลยสัญญาณเตือน
แพทย์แนะนำให้ประชาชนสังเกต 3 สัญญาณสำคัญของภาวะดีซ่าน ได้แก่
- ความเปลี่ยนแปลงของการขับถ่าย เช่น ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายชาดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกเริ่ม ขณะเดียวกันอุจจาระอาจมีสีซีดหรือเทา เนื่องจากน้ำดีไม่สามารถเข้าสู่ลำไส้และถูกขับออกทางปัสสาวะแทน
- การเปลี่ยนแปลงของตาขาว โดยสามารถดึงเปลือกตาล่างลงเล็กน้อยและสังเกตสีของตาขาวภายใต้แสงธรรมชาติ หากมีสีเหลืองอ่อน อาจเป็นสัญญาณของดีซ่านระยะเริ่มต้น ซึ่งมักปรากฏก่อนผิวหนังจะเปลี่ยนสี
- การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง หากผิวทั่วร่างกายเริ่มมีสีเหลืองชัดเจน มักหมายถึงภาวะดีซ่านอยู่ในระดับรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวคล้ำ อาจสังเกตได้ยากและทำให้การรักษาล่าช้า
แพทย์ย้ำว่า ในทางคลินิก ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์เมื่อผิวหนังเหลืองชัดเจนแล้ว ซึ่งมักอยู่ในระยะท้ายของโรค ดังนั้น หากพบว่าปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้ไม่มีอาการปวด ก็ควรรีบเข้ารับการตรวจ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรักษาในระยะเริ่มต้น