แพทย์เตือน แคะหูทุกวัน จนเพลิน เสี่ยงมะเร็งช่องหู ย้ำ 6 อาการผิดปกติ สัญญาณอันตรายอย่ามองข้าม

คุณเป็นคนชอบแคะหูหรือไม่? ชายแซ่โจว วัยกว่า 50 ปี ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีพฤติกรรมใช้ไม้แคะหูทำความสะอาดหูเป็นประจำ จนถึงขั้น “วันไหนไม่แคะจะรู้สึกไม่สบายตัว” นานเกือบ 10 ปี กระทั่งเริ่มมีอาการปวดหูซ้ายและมีหนองไหล จึงไปพบแพทย์ และถูกวินิจฉัยว่าเป็น “มะเร็งช่องหูชั้นนอก”

แพทย์หู คอ จมูก จางอี้หาว เตือนว่า การแคะหูทุกวันเปรียบเสมือนการ “เคี้ยวหมาก” เพราะเป็นการทำลายเยื่อบุซ้ำ ๆ เมื่อเซลล์ต้องซ่อมแซมและสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง รวมถึงเนื้องอกชนิดเซลล์สความัสในช่องหูชั้นนอกได้

นพ.จางอี้หาวกล่าวผ่านช่องยูทูบ “祝你健康” ว่า แม้มะเร็งช่องหูชั้นนอกจะพบได้น้อยมาก (ประมาณ 3–5 รายต่อประชากร 1 ล้านคน) แต่ “การแคะหูทุกวันเท่ากับทำลายเนื้อเยื่อทุกวัน” เขาเปรียบเทียบกับภาวะกรดไหลย้อนหรือการเคี้ยวหมาก ซึ่งเมื่อเนื้อเยื่อถูกกระตุ้นและอักเสบเรื้อรังซ้ำ ๆ จะเพิ่มโอกาสเกิดเซลล์มะเร็ง

แพทย์ยังเตือนให้สังเกตอาการผิดปกติ ได้แก่

  • ปวดหู
  • มีหนองไหล
  • หูบวม
  • การได้ยินลดลง
  • อาการหูอื้อ
  • เวียนศีรษะ
  • หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์

นอกจากความเสี่ยงต่อมะเร็งแล้ว การแคะหูผิดวิธียังอาจทำให้โครงสร้างภายในหูเสียหายได้ โดยแพทย์อธิบายว่า บางรายแคะหูจนขี้หูถูกดันลึกเข้าไป ทำให้เซลล์ผิวหนังและเคราตินสะสมกลายเป็นก้อน อาจกดทับกระดูกกะโหลกและกระดูกช่องหู จนเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง

แพทย์ยังยกตัวอย่างกรณีหนึ่งที่น่าตกใจ เมื่อคู่สามีภรรยาสูงอายุมาพบแพทย์ เนื่องจากสามีตั้งใจช่วยภรรยาแคะหูให้สะอาด เห็นสิ่งสีขาวลึกเข้าไปจึงคิดว่าเป็นขี้หูก้อนใหญ่ และพยายามแคะออกอย่างแรง สุดท้ายกลับทำให้แก้วหูฉีกขาด ส่งผลให้สูญเสียการได้ยินนาน 1 – 3 เดือน และหากเกิดความเสียหายถึงกระดูกหูชั้นกลางทั้งสามชิ้น อาจสูญเสียการได้ยินถาวรได้

นพ. จางอี้หาวย้ำว่า “สำลีพันก้านไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแคะหู” การใช้โดยไม่ถูกวิธีอาจทำให้หัวสำลีหลุดค้างในช่องหู ซึ่งเขาเคยพบผู้ป่วยที่ปล่อยทิ้งไว้นานถึง 1 สัปดาห์ จนเกิดหนอง เลือด และของเหลวสะสมในหู

แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการคันหูอย่างรุนแรง ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก แทนการแคะหูด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงตามมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน