มีปากเสียงกับหัวหน้า ถูกไล่ “ไสหัวไป” ไม่กลับมาทำงาน โดนบริษัทอ้างขาดงานเลิกจ้าง แต่ศาลอุทธรณ์ชี้คำสั่งไม่ชัด ไม่ถือว่าจงใจขาดงาน สั่งจ่ายชดเชยกว่า 7 แสนบาท
เว็บไซต์เอกสารคำพิพากษาของจีนเปิดเผยคดีข้อพิพาทแรงงานกรณีหนึ่ง โดยผู้จัดการในเซี่ยงไฮ้รายหนึ่งเกิดโต้เถียงกับหัวหน้า และถูกด่าว่า “ไสหัวไป” ก่อนจะออกจากบริษัททันทีและไม่กลับมาทำงานอีก ต่อมาถูกบริษัทเลิกจ้างโดยอ้างว่าขาดงาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นการขาดงานจริงและยกคำร้องขอค่าชดเชย แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าบริษัทไม่ได้สั่งให้กลับมาทำงานอย่างชัดเจน คำสั่งไม่ชัดเจน จึงไม่ถือว่าพนักงานจงใจขาดงาน และตัดสินว่าบริษัทเลิกจ้างโดยมิชอบ ต้องชดเชย 159,800 หยวน (ประมาณ 760,000 บาท)
จากรายงานของสื่อจีนระบุว่า ติงลี่ (นามสมมติ) เริ่มทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2012 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหารทั่วไป วันที่ 15 พฤษภาคม 2020 เขาเกิดมีปากเสียงกับผู้บริหารแซ่หวังเกี่ยวกับงาน ระหว่างการโต้เถียง หวังได้ด่าว่า “ไสหัวไป” ติงลี่จึงออกจากบริษัททันที และไม่ได้กลับไปทำงานอีก จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน บริษัทได้ตัดสินใจเลิกจ้างโดยอ้างว่าเขาละทิ้งหน้าที่และขาดงานต่อเนื่อง
ติงลี่โต้แย้งว่าเขาไม่ได้ตั้งใจขาดงาน แต่เข้าใจจากคำพูดของหัวหน้าว่าเป็นการให้ลาออก จึงยื่นคำร้องต่ออนุญาโตตุลาการแรงงาน เรียกร้องค่าชดเชยจากการเลิกจ้างโดยมิชอบจำนวน 159,800 หยวน (ประมาณ 760,000 บาท) อย่างไรก็ตาม หน่วยงานอนุญาโตตุลาการไม่รับคำร้อง เขาจึงยื่นฟ้องต่อศาล
ศาลชั้นต้นพิจารณาว่า แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีข้อโต้เถียงกันจริง แต่คำว่า “ไสหัวไป” ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าบริษัทสั่งให้เขาออกจากงานหรือเลิกจ้างอย่างชัดเจน และเนื่องจากไม่มีหลักฐานโดยตรงว่าบริษัทไล่ออก การที่ติงลี่ไม่มาทำงานเป็นเวลานานจึงถือเป็นการขาดงาน ศาลจึงตัดสินว่าการเลิกจ้างของบริษัทไม่ผิด และยกคำร้องค่าชดเชย
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการอุทธรณ์ ศาลชั้นที่สองได้พิจารณาเพิ่มเติมและมีความเห็นต่าง โดยชี้ว่าหลังจากติงลี่ออกจากบริษัท นายจ้างไม่ได้แจ้งให้เขากลับมาทำงานอย่างจริงจัง และไม่ได้จัดการกับการขาดงานของเขาอย่างทันท่วงที แม้ในวันที่ 22 พฤษภาคม ตัวแทนบริษัทจะติดต่อกับเขา ก็ยังไม่ได้สั่งให้กลับมาทำงานอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ วันที่ 29 พฤษภาคม ติงลี่พร้อมภรรยาได้ไปที่บริษัทเพื่อแสดงความประสงค์จะกลับเข้าทำงาน แต่ผู้บริหารเพียงตอบว่า “กลับไป แล้วรอแจ้ง” โดยไม่ได้ให้คำสั่งชัดเจนว่าจะให้กลับมาทำงานหรือไม่
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่ติงลี่ไม่ได้ทำงานต่อ เกิดจากคำสั่งของบริษัทที่ไม่ชัดเจน ไม่ใช่ความตั้งใจขาดงานของเขา
ศาลยังระบุเพิ่มเติมว่า นายจ้างควรให้คำสั่งงานที่ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ในกรณีนี้ บริษัทไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการบริหารจัดการ แต่กลับเลิกจ้างโดยอ้างว่าขาดงาน ถือเป็นการเลิกจ้างโดยมิชอบ
ท้ายที่สุด ศาลอุทธรณ์ได้ยกเลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และตัดสินให้บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยจากการเลิกจ้างโดยมิชอบแก่ติงลี่จำนวน 159,800 หยวน (ประมาณ 760,000 บาท)
ที่มา: ctwant