การดี จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน เผยตัวเลข ‘จบชีวิต’ พุ่งเกือบ 18% กลุ่มอายุ 18-24 ปี มีสภาวะซึมเศร้าสูงถึง 26.9% เผยปัจจัยกดดันจากการเรียน-โซเชียล

เมื่อวันที่ 6 พ.ค2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม โดยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หารือในฐานะคุณแม่ว่า ลูกสาวแจ้งว่า มีเพื่อนที่เคยอยู่ในโรงเรียนตัดสินใจจบชีวิตตนเองถึง 2 รายในเวลาใกล้เคียงกัน

จึงขอฝากไปยังรมว.สาธารณสุข รมว.ศึกษาธิการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เร่งอัปเกรดนโยบายสุขภาพจิตหน้างาน

นางการดี กล่าวว่า ความเปราะบางของสุขภาพจิตเยาวชนไทยไม่ใช่เพียงปัญหาระดับบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ผู้ใหญ่ในสังคมต้องเร่งแก้ไข เพราะเรื่องสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความเครียดในกลุ่มวัยรุ่นกำลังทวีความรุนแรงและนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนได้

แม้กรมสุขภาพจิตที่มีการทำ MOU และกำหนดนโยบายต่าง ๆ แต่ผลลัพธ์หน้างานยังไม่เพียงพอ เพราะกลุ่มอายุ 18-24 ปี มีสภาวะซึมเศร้าสูงถึง 26.9% กลุ่มนักเรียนมัธยม มีถึง 17.6% ที่ยอมรับว่าเคยคิดที่จะจบชีวิตตัวเองอย่างจริงจัง โดยมีปัจจัยกดดันมาจากทั้งเรื่องการเรียน แรงกดดันจากสังคมโซเชียลฯและสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งต่อความเครียดจากครอบครัวสู่เด็ก

นางการดี กล่าวว่า เนื่องในเดือนแห่งการรณรงค์ด้านสุขภาพจิต (Mind Month) จึงขอฝากไปยังรัฐมนตรี ทั้ง 3 กระทรวง ให้ยกระดับมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้ 1.นโยบายตรงเป้า เปลี่ยนจากแค่การเซ็นเอกสาร MOU เป็นการเข้าถึงหน้างานที่รวดเร็วและจริงจัง

2.เพิ่มบุคลากร สนับสนุนงบประมาณและอัตรากำลังของครูแนะแนว และ นักจิตวิทยาให้มีประจำอยู่ในทุกโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และ3.สร้างความรับรู้ ยกระดับความเข้าใจของสังคมเพื่อลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน