เช็กด่วน! หมอโอ๊ค เผย 9 สัญญาณอันตราย “มะเร็งเต้านม” หากมี ต้องรีบไปพบแพทย์ เตือน ผู้ชายก็เป็นได้ อย่าประมาท แนะวิธีสกัดกั้นมะเร็ง
นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ระบุว่า 9 สัญญาณอันตราย มะเร็งเต้านม! หากมี หาหมอด่วน
สถิติปัจจุบัน ทุกๆ 30 นาที จะมีหญิงไทยพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม 1 คน และทุกๆ 2 ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคร้ายนี้ 1 คน!
วันนี้หมอจะมาถอดรหัสความรู้แบบเจาะลึกระดับเซลล์ว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร เราจะตรวจเช็กตัวเองอย่างไร และจะปรับวิถีชีวิตเพื่อ “ปิดสวิตช์” มะเร็งเต้านมได้อย่างไรครับ
เจาะลึกระดับเซลล์ : ทำไมผู้หญิงยุคนี้ ถึงเสี่ยงมะเร็งเต้านมสูงขึ้น?
เวลาเราพูดถึงปัจจัยเสี่ยง หลายคนรู้แค่ว่าห้ามอ้วน ห้ามกินเหล้า แต่ในทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เราต้องรู้ลึกไปถึงกลไกเซลล์ครับ
- ภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนล้น (Estrogen Dominance) : นี่คือเชื้อเพลิงหลักของมะเร็งเต้านม เมื่อเราอ้วน มีไขมันช่องท้องเยอะ เซลล์ไขมันจะผลิตเอนไซม์ “Aromatase” ซึ่งจะไปเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้กลายเป็นฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ทำให้เต้านมถูกกระตุ้นให้แบ่งเซลล์ผิดปกติตลอดเวลา (นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ผู้ชาย” ที่อ้วนลงพุง ถึงมีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน)
- ตับพัง เคลียร์ฮอร์โมนไม่ได้ : การดื่มแอลกอฮอล์หรือกินน้ำตาลฟรุกโตสจนไขมันพอกตับ จะทำให้ตับสูญเสียความสามารถในการ “กำจัดเอสโตรเจนส่วนเกิน” ทิ้ง ฮอร์โมนจึงลอยค้างในเลือดและพุ่งไปกระตุ้นเต้านมอย่างต่อเนื่อง
- พันธุกรรม (BRCA1 / BRCA2) : ยีน 2 ตัวนี้ปกติมีหน้าที่ “ซ่อมแซม DNA ที่เสียหาย” แต่ถ้าใครมียีนนี้กลายพันธุ์มาจากพ่อแม่ ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ เซลล์เต้านมจึงกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ง่ายกว่าคนปกติถึง 80%
กฎ 5 นาที เช็กเต้านมด้วยตัวเอง (ทำหลังประจำเดือนหมด 5-7 วัน)
เต้านมในช่วงนี้จะคัดตึงน้อยที่สุด ทำให้คลำเจอก้อนได้แม่นยำที่สุดครับ ทำตาม 3 ท่านี้
ท่าที่ 1 : ส่องกระจก (ดูด้วยตา) ยืนเท้าสะเอว สังเกตขนาด รูปร่าง สีผิว ว่ามีรอยบุ๋ม รอยย่น หรือผิวส้มหรือไม่ จากนั้นยกแขนขึ้นสุดเพื่อดูว่ามีเนื้อเต้านมรั้งตามขึ้นไปไหม
ท่าที่ 2 : ตอนอาบน้ำ (คลำด้วยมือ) ฟองสบู่จะช่วยให้คลำง่ายขึ้น ยกแขนข้างที่จะตรวจขึ้น ใช้ปลายนิ้วชี้ กลาง นาง คลึงเป็นวงกลมก้นหอยให้ทั่วเต้านม ลามไปถึง “ใต้รักแร้” (เพราะต่อมน้ำเหลืองอยู่ตรงนั้นครับ)
ท่าที่ 3 : นอนราบ (คลำแนวลึก) เอาหมอนสอดใต้ไหล่ข้างที่จะตรวจ ท่านี้เนื้อเต้านมจะแผ่แบนราบที่สุด คลำเป็นวงกลมกดให้ลึกถึงกระดูกซี่โครง เพื่อหาก้อนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
9 สัญญาณอันตราย เจอ 1 ข้อ รีบหาหมอด่วน!
- ก้อนแข็ง ขยับไม่ได้ ไม่เจ็บ (มะเร็งมักไม่เจ็บในระยะแรก)
- ผิวเต้านมบุ๋มลงไป หรือรั้งตึงเหมือนมีคนดึงจากข้างใน
- หัวนมถูกดึงรั้งให้จมลงไป
- มีน้ำใสๆ หรือเลือดไหลออกจากหัวนม (โดยไม่ได้บีบ)
- ผิวหนังเต้านมหนาตัว ขรุขระเหมือน “เปลือกส้ม”
- ผิวหนังแดง คัน อักเสบ หรือมีผื่นที่หัวนมไม่ยอมหาย
- ขนาดเต้านมสองข้างต่างกันอย่างเห็นได้ชัดอย่างรวดเร็ว
- คลำเจอก้อนที่รักแร้
- เจ็บเต้านมแบบแปลกๆ ต่อเนื่องโดยไม่เกี่ยวกับประจำเดือน
อาวุธลับระดับเซลล์ “สกัดกั้น” มะเร็งเต้านม (สูตรหมอโอ๊ค)
นอกจากการลดน้ำหนัก งดเหล้า และลดของหวานแล้ว หมอขอแนะนำ “ตัวช่วย” ระดับเซลล์ที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจนว่าช่วยปรับสภาพแวดล้อมในร่างกาย ไม่ให้มะเร็งเติบโตได้ครับ
1.วิตามิน D3 + K2 (MK-7) : ฮอร์โมนต้านมะเร็งด่านแรก วิตามินดังกล่าว คือ โปรฮอร์โมนที่สังเคราะห์จากแสงแดด ผสานกับวิตามิน K2 ฟอร์มที่ดูดซึมดีที่สุด
กลไกและประโยชน์ : เซลล์เต้านมมี “ตัวรับวิตามินดี (VDR)” อยู่หนาแน่นมาก เมื่อวิตามิน D3 ไปเกาะที่ตัวรับนี้ มันจะส่งคำสั่งไปที่ยีน สั่งให้เซลล์เต้านมที่เริ่มกลายพันธุ์ “ฆ่าตัวตาย (Apoptosis)” ทันที! ส่วน K2 จะช่วยป้องกันไม่ให้แคลเซียมไปตกตะกอนผิดที่
วิธีกินอย่างปลอดภัย : ทานวันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหารมื้อที่มีไขมันดี เพื่อให้ดูดซึม 100% (คนไทยส่วนใหญ่หลบแดด จึงขาดวิตามินตัวนี้กันหนักมากครับ)
2.มัทฉะออร์แกนิคเพียว : ตัดเสบียงเส้นเลือดมะเร็ง มัทฉะ คือ ใบชาเขียวแท้บดละเอียด ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มคาเทชิน
กลไกและประโยชน์ : ก้อนมะเร็งจะโตได้ มันต้องสร้าง “เส้นเลือดใหม่” มาดูดอาหาร สาร EGCG ในมัทฉะมีกลไกที่เรียกว่า “Anti-angiogenesis” คือมันจะเข้าไปทำลายกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ของมะเร็ง ทำให้ก้อนมะเร็งฝ่อเพราะขาดอาหาร
วิธีกินอย่างปลอดภัย : ชงกับน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ดื่มวันละ 1-2 แก้ว (ย้ำกฎเหล็ก! ห้ามทำเป็นลาเต้ใส่นมวัวหรือน้ำตาลเด็ดขาด เพราะโปรตีนจากนมจะไปรัดตัวสาร EGCG ทำให้ร่างกายดูดซึมไปต้านมะเร็งไม่ได้เลยครับ)
ผู้ชายก็เป็นได้นะ! อย่าประมาท
สถิติจริง ผู้ชายมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม 1 ใน 100 ของผู้ป่วยทั้งหมด หรือประมาณ 0.5-1% ปัญหาใหญ่ คือ ผู้ชายไม่ค่อยรู้ตัวและปล่อยให้มะเร็งลุกลามจนเกินขั้นรักษา เพราะคิดว่าเป็นโรคของผู้หญิงเท่านั้น
ผู้ชายเสี่ยงมากขึ้น หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม, มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน (เอสโตรเจนสูง), ดื่มแอลกอฮอล์มาก หรืออ้วนเกินไป, ได้รับรังสี บริเวณหน้าอกมาก่อน
การรักษาตามหลัก 6 วิธี
1.การผ่าตัด
- เอาก้อนออก (Lumpectomy)
- เอาเต้านมทั้งหมด (Mastectomy)
- ตรวจต่อมน้ำเหลือง
2.ฉายแสง (Radiotherapy)
- ทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลือ
- ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
3.เคมีบำบัด (Chemotherapy)
- ยาทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย
- ก่อนหรือหลังผ่าตัด
4.การรักษาเป้าหมาย (Targeted Therapy)
- โจมตีเฉพาะเซลล์มะเร็ง
- เช่น Herceptin, Perjeta
5.ฮอร์โมนบำบัด
- สำหรับมะเร็งที่มีตัวรับฮอร์โมน
- เช่น Tamoxifen, Aromatase inhibitors
6.การดูแลสนับสนุน
- จัดการผลข้างเคียง
- ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
ที่มา : หมอโอ๊ค DoctorSixpack