คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ชวนหาคำตอบ แพทย์นิติเวช บอกเวลาเสียชีวิตได้อย่างไร เบื้องต้นดูได้ 4 วิธี เผยการเปลี่ยนแปลงเมื่อเสียชีวิตครบ 24 ชั่วโมง
วันที่ 27 พ.ค.2569 ผศ.ดร.นพ.ธวัชชัย มั่นอ่ำ อาจารย์ภาควิชานิติเวชศาสตร์ และ รองคณบดีด้านการภาพ และสิ่งแวดล้อม คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ให้ความรู้เกี่ยวกับการประมาณเวลาเสียชีวิต ผ่านเพจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official) ซึ่งดูได้ 4 วิธี ความว่า
- การแข็งตัวของศพ – หลังจากเสียชีวิตศพจะค่อยๆแข็งขึ้น กล้ามเนื้อจะหดเกร็ง เพราะพลังงานที่มีอยู่ค่อยๆหมดไป โดยจะเริ่มขึ้นหลังจากเสียชีวิตประมาณ 2 ชั่วโมง
- การตกของเลือดหลังเสียชีวิต – ปกติตอนมีชีวิตหัวใจจะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ แต่หลังจากเสียชีวิตเลือดจะไม่มีตัวปั๊มจะตกลงตามแรงโน้มถ่วง ถ้าศพนอนหงายบริเวณหลัง บริเวณเอวจะเป็นรอยช้ำม่วงๆ
- ปฏิกิริยาเหนือชีวิต Supravital Reaction – หลักการคือกล้ามเนื้อลายไม่ได้ตายไปพร้อมกับร่างกายยังคงมีชีวิตอยู่สักช่วงหนึ่ง วิธีการคือเรากระตุ้นด้วยการนำไม้มาตี หรือใช้การดึง ที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่นต้นแขน เมื่อกระตุ้นจะมีการหดตัวให้เราเห็น เมื่อพบจะเป็นการระบุว่าเสียชีวิตมาไม่นาน
- อุณหภูมิ – หลักการคืออุณหภูมิของคนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเสียชีวิตอุณหภูมิจะค่อยๆลดลงเท่ากับสภาพแวดล้อม
เมื่อเสียชีวิตครบ 24 ชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มกระบวนการเน่า สิ่งที่จะตรวจพบอย่างแรกหลังจากการเน่า คือ หน้าท้องด้านขวาล่างจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เนื่องจากบริเวณนี้จะมีลำไส้ใหญ่ที่ติดกับผนังหน้าท้องมากที่สุด
นอกจากวิธีดูการเปลี่ยนแปลงหลังจากเสียชีวิตแล้ว ยังมีวิธีอื่นที่มาช่วยประมาณเวลาการตายได้ เช่น นิติกีฏวิทยา ดูการเปลี่ยนแปลงของแมลงวันที่มาไข่และอาศัยอยู่ในศพ โดยทั่วไปหลังจากเสียชีวิต แมลวัน โดยเฉพาะแมลงวันหัวเขียวจะมาไข่ จะเปลี่ยนเป็นหนอนดักแด้ จนมาโตเต็มวัย ซึ่งเราสามารถสังเกตเพื่อมาประมาณเวลาเสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตามการประมาณเวลาการเสียชีวิต จะประมาณได้เป็นช่วงๆ ไม่สามารถประมาณเป็นเวลาที่แม่นยำได้เท่าไหร่ ยิ่งเสียชีวิตมานานหลายวัน ยิ่งมีความคลาดเคลื่อนสูง เช่น อุณหภูมิ ยิ่งอากาศร้อนเท่าไหร่ อุณหภูมิสูง ศพก็จะยิ่งเน่าไว ในทางตรงกันข้าม อุณหภูมิต่ำ ศพจะเน่าช้า
สุดท้ายการประมาณเวลาการตาย สิ่งหมอนิติเวชจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ต้องอาศัยพยานแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่ตรวจโดยพนักงานสอบสวนด้วย ต้องใช้ทุกอย่างมาช่วยกันเพื่อระบุเวลาการเสียชีวิตให้แม่นยำ และแคบ ที่สุด