อย่าละเลย! ชายปวดท้องนาน 3 เดือน กินยาไม่หาย ผลตรวจเลือดซ่อนเบาะแสสำคัญ แพทย์พบเนื้องอกขนาดใหญ่ เกือบอุดตันลำไส้

ชายสูงอายุวัยกว่า 70 ปีรายหนึ่ง มีอาการปวดท้องเรื้อรังนานถึง 3 เดือน เดิมคิดว่าเป็นเพียงปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารทั่วไป แต่หลังเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดกลับพบว่า เป็นเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่จนเกือบอุดตันลำไส้

นพ.เซี่ย เหวินปิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ได้แชร์กรณีศึกษาดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก “立川診所” เพื่อเตือนประชาชนไม่ให้มองข้ามสัญญาณเตือนจากร่างกาย โดยเฉพาะอาการปวดท้องเรื้อรังและภาวะโลหิตจาง ซึ่งควรได้รับการตรวจหาสาเหตุอย่างจริงจัง

แพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้มีอาการปวดบริเวณท้องด้านขวาต่อเนื่องมาประมาณ 3 เดือน โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ารับการรักษาและรับยาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง แต่อาการไม่เคยดีขึ้นอย่างแท้จริง อีกทั้งยังไม่มีการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

立川診所

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ครั้งล่าสุด นพ.เซี่ยเหวินปินสังเกตเห็นว่าผลตรวจเลือดเมื่อ 1 เดือนก่อน พบภาวะโลหิตจางเล็กน้อย แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการส่งตรวจเพิ่มเติม ทำให้แพทย์รู้สึกว่าสถานการณ์อาจไม่ใช่เพียงปัญหาทางเดินอาหารทั่วไป

แพทย์จึงตัดสินใจส่งตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทันที ผลตรวจพบก้อนเนื้องอกขนาดประมาณ 5 เซนติเมตร บริเวณใกล้ลำไส้ด้านขวา เนื่องจากสงสัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงได้เร่งทำการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

ผลการตรวจพบก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ในลำไส้ใหญ่ด้านขวา ซึ่งมีขนาดใหญ่จนเกือบปิดกั้นทางเดินของลำไส้ และได้รับการยืนยันว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

นับว่าโชคดีที่สามารถตรวจพบโรคได้ก่อนเกิดภาวะลำไส้อุดตันอย่างสมบูรณ์ ผู้ป่วยจึงได้รับการส่งต่อไปยังแผนกศัลยกรรมเพื่อรับการรักษาต่อทันที หากปล่อยไว้นานกว่านี้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ลำไส้อุดตัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

立川診所

นพ.เซี่ยเหวินปินอธิบายว่า การอัลตราซาวด์ช่องท้องเป็นการตรวจที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บตัว และใช้เวลาไม่นาน แต่ผลการตรวจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ตรวจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรคที่เกิดในลำไส้ซึ่งมักสังเกตได้ยาก อย่างไรก็ตาม ในคลินิกระดับปฐมภูมิ อัลตราซาวด์ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

แพทย์ย้ำว่า โรคมะเร็งหลายชนิดมักส่งสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ควรเพียงอดทนหรือซื้อยารับประทานเอง แต่ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว “การตรวจเร็วขึ้นเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงโอกาสในการรักษาที่เพิ่มขึ้นอีกมาก” แพทย์กล่าวทิ้งท้าย

หลิน หลี่หรู หัวหน้าฝ่ายป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ เคยเตือนว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมักไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น นอกจากการรับประทานอาหารที่สมดุลและออกกำลังกายมากขึ้นแล้ว การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีการป้องกันที่สำคัญที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน