กลิ่นแก่ ไม่ได้เกิดจากการไม่อาบน้ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืนเผยสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวิธีแก้ได้ง่ายๆ แค่เลี่ยงทานอาหารเร่งกลิ่น ปรับการใช้ชีวิต

วันที่ 31 พ.ค. 69 “กลิ่นคนแก่” เป็นปรากฏการณ์ที่มีอยู่จริงทางชีววิทยา และไม่ได้เกิดจากการขาดสุขอนามัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและอายุยืน ระบุว่า สาเหตุหลักมาจากสารประกอบที่ชื่อว่า “2-โนนีนัล” ซึ่งเกิดจากการที่กรดไขมันโอเมกา-7 บนผิวหนังถูกออกซิไดซ์เมื่ออายุมากขึ้น

ส่งผลให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นอับ มัน หรือกลิ่นหญ้าแห้งอ่อนๆ ที่มักพบในผู้สูงอายุ

กลิ่นคนแก่เกิดจากอะไร? ผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นผลจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ระบบต้านอนุมูลอิสระลดลง และการผลัดเซลล์ผิวช้าลง

ทำให้เกิดการสะสมของสาร 2-โนนีนัลมากขึ้น โดยกระบวนการนี้สามารถเริ่มเกิดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปี แต่จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

แม้จะไม่สามารถป้องกันการเกิด 2-โนนีนัลได้ทั้งหมด แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สามารถชะลอการสะสมได้ผ่านการดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ นอนหลับให้เพียงพอ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ในด้านโภชนาการ แนะนำให้ทานอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและโพลีฟีนอล เช่น เบอร์รีหลากสี ทับทิม ผักใบเขียว ชาเขียว ปลาไขมันสูง รวมถึงผักตระกูลกะหล่ำและกระเทียม

ซึ่งอาจช่วยลดกระบวนการออกซิเดชันที่นำไปสู่การเกิดกลิ่นได้ ขณะที่อาหารแปรรูป ของทอด น้ำตาล และแอลกอฮอล์ อาจเร่งให้เกิดกลิ่นได้มากขึ้น

สำหรับผู้หญิง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือนและวัยหมดประจำเดือน ยังมีส่วนเร่งกระบวนการเสื่อมของผิวหนัง การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และภาวะอักเสบ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการเกิดกลิ่นตามวัย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่กำจัด “กลิ่นคนแก่” ได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตาม หากมีกลิ่นตัวเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ควรพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพหรือโรคบางชนิดได้

ขอบคุณที่มา yahoo

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน