คุณผู้หญิงอย่ามองข้าม การตรวจเต้านม สำคัญกว่าที่คิด ชวนรู้ทันมะเร็งเต้านม ก่อนสายเกินไป ชี้พบได้บ่อย-ช่วงแรกมักไม่แสดงอาการ แนะ วิธีตรวจคัดกรอง
หนึ่งในโรคร้ายที่สาว ๆ ทั้งหลายต้องระวัง คือ มะเร็งเต้านม หลายคนมองข้ามอาการเตือนต่าง ๆ ของร่างกายที่เกิดขึ้น จนมะเร็งลุกลามหนัก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ผู้หญิงจะต้องตรวจคัดกรองอยู่เสมอ
โรงพยาบาลธนบุรี ได้เผยแพร่บทความให้ความรู้เกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม ระบุว่า การตรวจเต้านม สำคัญกว่าที่คิด รู้ทันมะเร็งเต้านม ก่อนจะสายเกินไป
หลายคนอาจรู้สึกว่า มะเร็งเต้านม เป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วนี่คือโรคที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย จุดที่น่ากลัว คือ โรคนี้อาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก ๆ ทำให้หลายคนรู้ตัวช้า การป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การรอให้มีอาการ แต่คือการ “ตรวจเต้านม” อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง
ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยตรวจหลายแบบ โดยเฉพาะ แมมโมแกรม และอัลตราซาวด์เต้านม ที่ทำงานแตกต่างกัน แต่ถ้าใช้คู่กันจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น
แมมโมแกรม คืออะไร?
แมมโมแกรม คล้าย ๆ กับการเอกซเรย์ แต่เป็นเครื่องมือเฉพาะสำหรับตรวจเต้านมโดยตรง วิธีนี้จะถ่ายภาพเต้านมจากหลายมุม เพื่อหาความผิดปกติเล็ก ๆ ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
ข้อดีของแมมโมแกรม
- ช่วยเจอ “ก้อนหินปูนเล็ก ๆ” ที่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งเต้านม
- เหมาะกับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือคนที่มีประวัติครอบครัวเคยเป็นโรคนี้
- เป็นมาตรฐานการตรวจที่ใช้กันทั่วโลก
อัลตราซาวด์เต้านม คืออะไร?
อัลตราซาวด์เต้านม ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (เหมือนตรวจคนท้อง) ทำให้เห็นเนื้อเยื่อเต้านมได้ละเอียด โดยเฉพาะในคนที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น
ข้อดีของอัลตราซาวด์เต้านม
- ช่วยบอกได้ว่าก้อนที่เจอเป็นถุงน้ำหรือเป็นก้อนแข็ง
- ไม่มีรังสี ปลอดภัย เหมาะกับคนอายุน้อย หรือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์
- ใช้เสริมกับแมมโมแกรม เพื่อช่วยยืนยันผลและดูรายละเอียดเพิ่ม
แล้วควรตรวจแบบไหนดี?
จริง ๆ แล้วการใช้ทั้ง แมมโมแกรม และอัลตราซาวด์เต้านมร่วมกันจะช่วยให้เห็นภาพครบที่สุด แมมโมแกรมเก่งเรื่องหาสิ่งเล็ก ๆ ที่ผิดปกติ ส่วนอัลตราซาวด์ช่วยบอกว่าก้อนนั้นเป็นอะไรแน่ ๆ แบบนี้แพทย์ก็จะวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
สรุปง่าย ๆ
- มะเร็งเต้านม พบได้บ่อย และอาจไม่แสดงอาการช่วงแรก
- การตรวจเต้านมเป็นประจำ ช่วยให้เจอโรคได้เร็ว รักษาได้ง่าย และเพิ่มโอกาสหายขาด
- ใช้ทั้ง แมมโมแกรม และ อัลตราซาวด์เต้านม ร่วมกัน = คัดกรองได้ดีที่สุด
ผู้หญิงควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเร็วกว่านั้นถ้ามีประวัติครอบครัว และถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น คลำเจอก้อน เจ็บ หรือเต้านมเปลี่ยนรูป ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ที่มา : โรงพยาบาลธนบุรี