สุดงง ดาราสาว “แหม่ม วิชุดา” เจอหมายเรียกผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกง เจ้าตัวเผยโดนขู่เรียกเงินล้านแลกถอนชื่อออกจากคดี ชาวเน็ตเชื่อโดนแก็งคอลเซ็นเตอร์เล่นงาน
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ดาราสาว แหม่ม วิชุดา พินดั้ม โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก Wichuda Pindum หลังถูกหมายเรียกผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกง
โดยเนื้อหาใจความภายในคลิปดังกล่าวระบุว่า “นี่คือหมายเรียกผู้ต้องหา ในหมายระบุชื่อแหม่ม เป็นผู้ต้องหา ก่อนหน้าที่จะเห็นหมายนี้ คู่กรณีโทรหาแหม่มก่อน ถามว่าได้รับหมายหรือยัง เขาไปแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง คุยไปคุยมา แหม่มว่า ข้อมูลมั่วๆซั่วๆยังไงไม่รู้ ก็เลยบอกเขาไปว่า โอเค ไม่เป็นไร เดี๋ยวแหม่มได้รับหมาย แหม่มจะสู้คดี”
“เขาบอกแหม่มว่าไรป่ะ เดี๋ยวก่อนคุณแหม่มยังฟังไม่จบ คุณแหม่มอยากจะมาเคลียร์คดีกันไหม ตอนนั้นแหม่มก็ไม่เข้าใจ คำว่า เคลียร์คดีของเขาคืออะไร ก็เลยบอกว่าเขาไปว่า ไม่เคลียร์ แหม่มจะสู้คดี แล้วหลังจากนั้นยังมีการบอกผ่านคนกลางมาอีกว่า ถ้าจะให้เอาชื่อแหม่มออกจากคดี จะต้องจ่ายเป็นล้านๆ จ่ายค่าอะไร แหม่มไม่เคยไปโกงเงินเขามา งงไหม”
“แต่เรื่องที่แหม่มงงหนักกว่านั้น คือ นี่คือหนังสือสำคัญทางราชการอันศักดิ์ไม่ใช่ว่าใครจะเดินไปชี้นิ้วสั่งให้ตำรวจออกมาได้มั่วๆซั่วๆ ไปกล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน มันไม่ได้ แหม่มมั่นใจมากด้วยว่า ไม่เคยไปเอาเงินของเขามา ไม่เคยโกงเงินเขา เส้นทางการเงินแหม่ม คนในครอบครัวแหม่มได้หมด เขาจะเอาหลักฐานที่ไหนไปแจ้งความ จนตำรวจออกหมายนี้มาได้ นี่คือหมายเรียกผู้ต้องหาเลย หรือเขาใช้หลักฐานเท็จหรือเปล่า”
“ก็ติดต่อขอเข้าพบตำรวจ ติดต่อไปหลายครั้งมาก พี่เขาบอกว่า เขาไม่ว่างเลย ต้องทำคดีอื่น แล้วหมายนี้ออกมาผิด พี่เขาต้องไม่รู้แน่ๆ คู่กรณีเอาหมายนี้มาเรียกเงินแหม่ม มีการอ้างถึงพนักงานสอบสวนว่า คุยกับพนักงานสอบสวนแล้วว่า ถ้าจะเอาชื่อแหม่มออกจากคดีนี้ จะให้แหม่มจ่ายมาสักสองสามล้าน นี่มันอะไรกันนี่”
“พรุ่งนี้แหม่มไลฟ์ดีกว่า จะเล่าเเรื่องนี้ให้ฟังตั้งแต่ต้น ตั้งแต่มีคนไปตะโกนด่าแหม่มที่สนามบิน แล้วช่วยดูที่แหม่มเจอมาทั้งหมดเข้าข่ายทำเป็นขบวนการได้หรือเปล่า”
หลังจากที่คลิปดังกล่าวออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพ เพราะมีการขู่กรรโชกทรัพย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว สอดรับกับก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาเตือนภัย อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในรูปแบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ที่นอกจากจะโทรศัพท์อ้างเป็นตำรวจ เพื่อให้โอนเงินตรวจสอบบัญชีแล้ว ปัจจุบันมีได้มีการพัฒนารูปแบบ ไปถึงการปลอมหมายเรียกของพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ทำให้เหยื่อเกิดความหวาดกลัว ว่าจะถูกดำเนินคดี ก่อนหลงกลโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพด้วย