ประยุทธ์งัดมาตรา 44 อีก เปิด 50 เก้าอี้กรุทำเนียบรองรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ได้เป็นข้าราช การ ‘ปาณิตา ชินวัตร’ลูกสาวเยาวลักษณ์-หลานแม้ว-ปูโดนประเดิม บิ๊กป้อมโต้ข่าวลือ ยืนยันชัด‘ผบ.ตร.จักรทิพย์’ทำงานดีไม่มีเหตุผลต้องสั่งย้าย ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งตรวจสอบต้นตอ พร้อมให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีตามความผิด ชี้อาศัยช่วงนี้ปั่นกระแสสร้างความสับสน สปท.จวกกกต.สมชัยไม่เจียมปากสงบคำ แนะอยู่เฉยๆ ดีกว่า ขณะที่กรธ.ยืนยันไม่คิดฟุ้งซ่าน แนะให้เลิกหลงตัวเองได้แล้ว มีชัยยันกกต.นั่งซ้ำไม่ได้ พร้อมยุบทิ้งกกต.จังหวัด อ้างได้รับข้อมูลเลือกกำนันเงินหมื่น อบต.เงินแสน ส่วนบิ๊กตู่ได้คิวบุกตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯ สปท.จี้คตง.เร่งตรวจสอบป.ป.ช.ว่าจ้างสภาทนายฟ้องคดีชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ แนะส่งศาลวินิจฉัยดีที่สุด

‘บิ๊กตู่’ตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี(หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 3/2559 โดยใช้เวลาประชุมเพียงชั่วโมงเศษและไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ก่อนการประชุมดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หารือเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง

จากนั้น เวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายการทำงานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เลื่อนการเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯแล้ว 2 ครั้ง

สำหรับการตรวจเยี่ยมรายกระทรวงนั้นเป็นแนวคิดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการเดินทางไปขอบคุณ ให้กำลังใจการทำงานแต่ละกระทรวง รวมทั้งติดตามการทำงาน ตามยุทธศาสตร์ชาติ การจัดทำงบประมาณ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน การตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯนั้น เป็น กระทรวงที่ 4 ต่อจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง

ปธ.กกต.พร้อมปฏิบัติตามกม.ใหม่

ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันฯ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการกำหนดคุณสมบัติของ กกต.ตามกฎหมายใหม่ว่า คงเป็นไปตามที่กรธ. เห็นว่าสิ่งไหนเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ทางเราพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งการมีความเข้มงวดมากขึ้นในคุณสมบัติของ กกต.ในอนาคต ถือเป็นข้อดี ตนคิดว่ากรธ.คงจะหาคนที่มีคุณสมบัติที่เป็นกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์ สุจริต และมีความกล้าหาญ บุคคลเหล่านี้ต้องมีคุณวุฒิ และวัยวุฒิที่เหมาะสม อาจมาจากหลากหลายสาขาอาชีพมีประสบการณ์ในด้านต่างๆ คงเป็นเจตนาที่ดีของ กรธ. ส่วนจะส่งผลกระทบต่อ กกต.ในชุดปัจจุบันหรือไม่นั้น ต้องดูว่าคณะกรรมการสรรหามีการวินิจฉัยอย่างไร

นายศุภชัยกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอจะเซ็ต ซีโร่การทำงานของ กกต.นั้น ตนเห็นว่าเรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามหน้าที่ ไม่สับสน เราเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎหมายออกมายังไงเราต้องทำตาม ส่วนเนื้อหาสาระของ พ.ร.บ.กกต.จะส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่มีอุปสรรคไม่ราบรื่นหรือไม่นั้น กกต.ยังไม่หารือกัน แต่จะประชุมกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 22 พ.ย.นี้ถึงกรณีมีหนึ่งใน กกต.ให้ความเห็นเรื่องการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ได้เป็นมติของ กกต. จึงขอไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ยืนยันว่า กกต. และกรธ.ไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะมีหน้าที่ต่างกัน โดย กรธ.มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วน กกต.หรือองค์กรอิสระอื่นๆ เป็นเพียงผู้เสนอความคิดเห็น รวมถึงข้อดี ข้อเสียเรื่องที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรธ.จะนำไปใช้หรือไม่ คงไม่สามารถบังคับได้ และเมื่อออกเป็นกฎหมายก็ต้องปฏิบัติตาม

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้ กกต.จะรวบรวมข้อมูลว่ามีกฎหมายใดบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของ กกต. พร้อมจะเสนอความเห็นต่อ กรธ.อีกครั้ง ส่วนกรธ.จะรับฟังหรือไม่ ถือเป็นดุลพินิจของ กรธ.

วันชัยโผล่เย้ยสมชัยไม่เจียมปาก

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง วิจารณ์ กรธ. เรื่องการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่า โดยหลักการ การจะอยู่หรือสิ้นสุดของกรรมการหรือตำแหน่งในองค์กรอิสระควรมีมาตรฐานเดียวกัน ดังที่กรธ.แถลงมานั้นถูกต้องแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปฏิรูป ทั้งคุณสมบัติ และจำนวน สัดส่วน เข้มข้นมากกว่าเดิม ใครมีคุณสมบัติครบตรงตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดควรอยู่ต่อ แต่ใครขาดคุณสมบัติ ควรจะพ้นจากตำแหน่งไป เพื่อให้กรรมการองค์กรนั้นๆ มีเนื้อเดียวกัน ไม่ใช่เขย่งกัน

“เรื่องนี้นายสมชัยในฐานะมีส่วนได้เสียโดยตรง ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรธ.และสนช.เขียนกฎหมายลูก ไม่ควรออกมาแสดงความคิดเห็น จะเสียหายกระทบไปกกต.ทั้งหมด กกต.คนอื่นเขาสงบเสงี่ยมเจียมปากเจียมคำ ยิ่งพูดยิ่งโวยวายยิ่งเข้าตัวไปเปล่า ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ควรให้คนอื่นแสดงความคิดเห็นมากกว่า ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเหมือนกล่องเลือกตั้งที่โยนแล้วแตกเสียของไปเปล่า” นายวันชัยกล่าว

กรธ.ออกโรงโต้-ยันไม่ได้ฟุ้งซ่าน

ที่รัฐสภานายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงนายสมชัยระบุกรธ.ฟุ้งซ่านที่กำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง มาแทน กกต.จังหวัดว่า กรธ.คิดว่าตัวเองไม่ฟุ้งซ่าน กรธ.พิจารณาทั้งรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ประกอบทั้งหลายด้วยเหตุผล รับฟังมาจากฝ่ายต่างๆ เท่าที่ทำได้ เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เราได้ยินและที่ประชาชนเห็น เพื่อให้การเลือกตั้งการเมืองไทยโดยรวมบริสุทธิ์ ยุติธรรม นั่นคือหลักการที่เราใช้ทำงานตั้งแต่วันแรก

นายนรชิตกล่าวว่า ส่วนที่นายสมชัยบอกว่าให้กรธ.ใช้มาตรฐานเดียวกับการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระนั้น อย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้งเสมอ หลักการคือ กรธ.คิดจะทำอะไรจะมีความเสมอภาคทุกองค์กรอิสระ สรุปคือใช้มาตรฐานเดียวกัน ถ้าจะเซ็ตซีโร่ทั้งหมด ประธานกรธ.บอกแล้วว่าไม่ทำ จะวุ่นวายไม่เป็นธรรม หรือถ้าจะให้ใช้ตามรัฐธรรมนูญ 50 เดิมทั้งหมดคงไม่ได้ ประชาชนผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาให้แล้ว จึงต้องใช้คุณสมบัติขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่

ดร.ปึ้งชี้บิ๊กตู่รับเงินเดือน2ทาง

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศรับเงินเดือนเพียง 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐว่า ตอนที่ตนเป็นรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ รวมถึงเป็นส.ส.ด้วยนั้น ตนมีถึง 3 ตำแหน่ง แต่ตนรับเงินเดือนตำแหน่งเดียวคือรองนายกฯ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ รับเงินเดือนทั้งสองตำแหน่ง รวมถึงหลายๆ คนใน ครม.ที่มีหลายตำแหน่ง รับเงินเดือนหลายทาง แต่ทำหน้าที่เพียงตำแหน่งเดียว ดังนั้น ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเหตุใดถึงกินเงินเดือนหลายช่องทาง ตนเป็นนักการเมือง กินเงินเดือนแค่ตำแหน่งเดียว ถ้าตนเป็นนายกฯและรวยอย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตนจะรับเงินเดือนแค่ 1 บาทเท่านั้น และถ้าพล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าตนเองนิสัยเหมือนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ควรรับเงินเดือนให้เหมือนกันด้วย

นายสุรพงษ์กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทุบราคาข้าวว่า ชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวจากชาวนา ราคาก.ก.ละ 20 บาท ขณะที่ชาวนาได้รับเงินตามจริง โดยชาวนาไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ค่าแรง ค่าบรรจุหีบห่อ ทำให้ต้นทุนถูก ดังนั้นการกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ทุบราคาข้าวจึงไม่ถูกต้อง ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยซื้อข้าวจากชาวนา ก.ก.ละ 25 บาทนั้น หากตนเป็นคนนิสัยไม่ดี อาจจะมองว่านายอภิสิทธิ์ กำลังปั่นราคาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนดีใจที่ทุกคนช่วยกันรับซื้อข้าวจากชาวนา อย่างบริษัทแกรมมี่ฯ ที่รับซื้อข้าวจากชาวนา ก.ก.ละ 20 บาทเช่นเดียวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือกองทัพอากาศที่ช่วยขายข้าวได้มากถึง 300 ตัน

ย้ำกรณี‘ภักดี โพธิศิริ’เรื่องใหม่

นายสุรพงษ์กล่าวถึงการทวงเงินเดือนและผลตอบแทนของนายภักดี โพธิศิริ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่า สืบเนื่องจากวันที่ 25 พ.ค. นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าฯสตง. เบิกความที่ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรมช.คลังและพวก โดยได้นำหนังสือเบิกความลงวันที่ 29 เม.ย.58 และพบข้อเท็จจริงว่านายภักดี ไม่เคยได้รับเลือกเป็นกรรมการ ป.ป.ช. จากนั้นมีผู้หวังดีนำหนังสือที่ ป.ป.ช.ส่งไปสอบถามผู้ว่าการสตง.กรณีนายภักดี เพื่อขอข้อมูลต่างๆ มาดำเนินการต่อไป ตนจึงไปขอหนังสือฉบับนี้จากป.ป.ช. แล้ว และขอทราบว่าหลังผู้ว่าการสตง.ส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช.แล้ว ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง เพราะผู้ว่าการสตง.ชี้ชัดเจนแล้ว ขอให้ประธานป.ป.ช.ออกมาตอบเรื่องนี้

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.จะชี้แจงว่า ส.ว.มีมติเห็นชอบไม่ถอดถอนนายภักดีและเป็นเรื่องเก่า แต่ความจริงเป็นเรื่องใหม่เกี่ยวกับการลาออกจากองค์กรเภสัช กรรมเมริเออร์ชีววัตถุ ซึ่งตนเคยร้องเรียนไปยังป.ป.ช.และสตง. ว่านายภักดีไม่ได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวโดยชอบตามกฎหมาย รวมถึงคำเบิกความของผู้ว่าการสตง. ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ ดังนั้น ขอให้นายสรรเสริญศึกษากฎหมายให้ละเอียดรอบคอบก่อนตอบโต้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าคุณสมบัติของนายภักดีขัดแย้งกับหนังสือของผู้ว่าการสตง. เพราะหากถูกต้องทั้งหมด ป.ป.ช.จะทำหนังสือลงวันที่ 15 มิ.ย.ไปสอบถามผู้ว่าการ สตง.ทำไม

จี้ปปช.ต้องตอบสังคมให้ชัดเจน

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ครั้งนี้พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ในหนังสือลงวันที่ 15 มิ.ย. ตนสนใจตรงคำท้ายที่ ป.ป.ช.เรียนผู้ว่าการสตง.ว่า “เพื่อที่ ป.ป.ช.จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” แสดงว่า ป.ป.ช.ยอมรับว่าสิ่งที่สตง.ชี้นั้นถูกต้องแล้ว และป.ป.ช.ทำหนังสือดังกล่าวถึง สตง.ก็ไม่เคยมีการแถลง เราไม่เคยทราบว่า สตง.พูดถึงหนังสือฉบับนี้อย่างไร ดังนั้น ป.ป.ช.ต้องตอบสังคมว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรเพราะมีผลต่อเงินแผ่นดิน

เมื่อถามว่าจำนวนป.ป.ช.ที่จะลดลง จะมีผลต่อคดีต่างๆ ที่ป.ป.ช.เคยมีมติช่วงดำรงตำแหน่งหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า หลายครั้งก็ได้รับคำโต้แย้งว่าการนับคะแนน คือเสียไป 1 ซึ่งที่จริงแล้วควรไปฟังคำของนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ที่กล่าวเมื่อครั้งถอดถอน ส.ว.ไว้ชัดว่า อำนาจขององค์คณะป.ป.ช.ถือว่าไม่ชอบ นายวิชัยใช้คำว่าคนนอก คือใน 9 คน มี 1 คน ที่เป็นคนนอก เมื่อมีคนนอกอยู่ด้วย จะทำให้มติอีก 8 คนเสียไป เรามีหลักฐานเรื่องนี้แบบคำต่อคำชัดเจน ดังนั้น เมื่ออำนาจขององค์คณะที่พิจารณาไม่ชอบ จึงทำให้เสียทั้งหมด แล้วมาใช้กล่าวหาคดีอาญา หรือใช้กล่าวหาถอด ถอนผู้อื่น ขอถามว่ามันชอบอย่างไร

วัฒนาระบุรบ.แก้ศก.ไม่ถูกทาง

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้โดยระบุว่า รายงานของธนาคารโลกเผยแพร่วันที่ 4 ต.ค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังคงเผชิญกับความเสี่ยง การบริโภคภายในประเทศจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ หลายประเทศใช้นโยบายหว่านเงินเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชา ธิปัตย์ก็เคยดำเนินนโยบายดังกล่าว โดยออกนโยบายเช็คช่วยชาติรายละ 2,000 บาท ตามด้วยมาตรการไทยเข้มแข็ง ส่วนรัฐบาลนี้ก็ใช้เช่นกัน โดยแยกเป็นหลายโครงการ รวมแล้วใช้เม็ดเงินไปเกือบ 800,000 ล้านบาท แต่เป็นการใช้เงินที่สูญเปล่า เพราะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งยังสูญเสียมากกว่าที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรใช้แทรกแซงตลาดข้าวจนถูกฟ้อง

นายวัฒนาระบุว่า ส่วนพรรคเพื่อไทยเน้นการลงทุนสร้างกำลังซื้อให้เกษตรกร เพื่อให้เกิดการบริโภคภายในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากมีประชากรอยู่ในภาคเกษตร 24 ล้านคน หรือร้อยละ 38 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นคนส่วนใหญ่ที่ยากจน คนเหล่านี้เมื่อมีเงินจะซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นที่ใช้วัตถุดิบและผลิตขึ้นในประเทศ ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องตามมาอีกหลายทอด ประโยชน์จึงเกิดขึ้นกับคนไทยอย่างเต็มที่ เพราะเกษตรกรไม่ได้นำเงินไปซื้อสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ส่วนนโยบายช็อปปิ้งคืนภาษีไม่เกินรายละ 15,000 บาท ที่รัฐบาลใช้กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสิ้นปี 2558 บางกรณีคือเอาเงินภาษีของคนไทยไปอุดหนุนสินค้าของต่างชาติและคนที่ได้รับประโยชน์อยู่ในแวดวงที่จำกัด

นายวัฒนาระบุด้วยว่าราคาสินค้าเกษตรตกต่ำคือความเสียหายทางเศรษฐกิจ ล่าสุดคือมันสำปะหลัง ราคาตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ก่อนหน้านี้ยางพารา ข้าวเปลือก และข้าวโพด ได้สร้างสถิติไปรอแล้ว มาตรการเร่งด่วนคือทำให้สินค้าเกษตรได้ราคา เพื่อสร้างกำลังซื้อให้กับเกษตรกร ส่วนการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนทำได้โดยรัฐบาลจะต้องลงทุนเป็นทางเลือกเพื่อให้เกษตรกรเลิกผลิตสินค้าแบบโภคภัณฑ์ หันมาผลิตสินค้าคุณภาพที่ตลาดต้องการ จะหมดปัญหาเรื่องราคา ขณะที่เศรษฐกิจของโลกมีปัญหา แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โอกาสที่จะพยุงเศรษฐกิจด้วยการบริโภคภายในตามคำแนะนำของธนาคารโลกจึงหายไป

สปท.บี้สอบปปช.จ้างสภาทนาย

ที่รัฐสภา นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิกสปท. ในฐานะทนายความ กล่าวถึงกรณียื่นร้องต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ให้เร่งสอบกรณีป.ป.ช.ว่าจ้างสภาทนายความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ว่า คตง.ต้องรีบตรวจสอบและแถลงมติโดยมีเหตุผลและกฎหมายรองรับทุกประเด็น ทั้งนี้ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ชุดเดิม ให้สัมภาษณ์ว่า ป.ป.ช.ได้มอบให้สภาทนายความฟ้องร้อง ซึ่งสอดคล้องกับนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความ ที่ให้สัมภาษณ์ว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช.จะให้สภาทนายความรับว่าคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง คดีหวยบนดิน คดีกล้ายาง แต่นายอุทิศ สวยรูป ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการมรรยาททนายความ มีหนังสือแจ้งตนว่า สภาทนายความไม่เคยรับจ้างเป็นทนายให้ป.ป.ช. เป็นการตกลงกันระหว่างป.ป.ช.กับทนายความ ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความ ซึ่งเป็นคำให้สัมภาษณ์ที่ขัดแย้งกันโดยชัดเจน

นายบัญชากล่าวต่อว่า ป.ป.ช.ชุดเดิมว่าจ้างสภาทนายความฟ้องคดีต่างๆ โดยมีค่าจ้างแต่ละคดีหลายล้านบาท บางคดีมีค่าจ้างสูงถึง 4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายทนายความที่ศาลตั้ง มีอัตราโทษประหารชีวิต อัตราสูงสุดเรื่องละ 50,000 บาท คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อัตราสูงสุดเรื่องละ 40,000 บาท และระเบียบป.ป.ช.ชุดเดิม กำหนดค่าตอบแทนดำเนินคดีให้พนักงานคดีต่อคน ศาลชั้นต้นไม่เกินคดีละ 30,000 บาท ศาลอุทธรณ์ไม่เกินคดีละ 20,000 บาท ศาลฎีกาไม่เกินคดีละ 20,000 บาท และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เกินคดีละ 50,000 บาท จะเห็นว่าจำนวนเงินที่ป.ป.ช.ชุดเดิมจ้างสภาทนายความแตกต่างกันหลายเท่าตัวกับทนายความที่ศาลตั้งทนาย ความและค่าตอบแทนพนักงานคดี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ช. ซึ่งจำนวนเงินค่าจ้างเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนา

แนะคตง.ยื่นศาลพิจารณา-วินิจฉัย

นายบัญชากล่าวว่า ป.ป.ช.ชุดเดิมออกระเบียบการมอบให้พนักงานไต่สวนดำเนินคดีในชั้นศาล พ.ศ. 2554 ให้เจ้าพนักงานคดีจัดทำคำฟ้องยื่นต่อศาล มีอำนาจว่าความ ดำเนินกระบวนพิจารณาทั้งปวง ดังนั้น ป.ป.ช.ชุดเดิมจึงไม่มีเหตุผลใดต้องนำเงินงบประมาณหลายล้านบาทมาว่าจ้างสภาทนายความฟ้องคดีต่างๆ นอกจากนี้ อดีตป.ป.ช.ยังออกระเบียบขึ้นเงินเดือนให้ตนเอง ซึ่งศาลฎีกาฯ พิพากษาว่า การออกระเบียบไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังนั้น การออกระเบียบของป.ป.ช.ชุดเดิมในการว่าจ้างสภาทนายความนั้น จะต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ด้วย

นายบัญชากล่าวด้วยว่า คตง.ไม่ใช่ศาล ดังนั้น เพื่อความถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย คตง.สมควรนำคดีขึ้นสู่ศาลให้มีคำพิพากษา ไม่ว่าศาลจะพิพากษายกฟ้องหรือลงโทษจำเลยคนใดก็ไม่ติดใจ เพียงแต่ให้นำคำพิพากษามาเป็นแนวทาง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำไปศึกษาปฏิบัติตามคำพิพากษาในการใช้เงินงบประมาณ หากป.ป.ช.ชุดเดิมมั่นใจว่าการออกระเบียบว่าจ้างสภาทนายความฟ้องคดีต่างๆ ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ควรหวั่นไหว เพราะเมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ก็จะกอบกู้ชื่อเสียง เกียรติยศได้เป็นอย่างดี และจะเป็นที่ยอมรับของภาครัฐและภาคเอกชน ดังนั้น จึงสมควรพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาล

‘ตู่’พอใจเกษตรฯทำตามนโยบาย

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การตรวจเยี่ยมตนใช้วิธีแบบทหาร จะไปเยี่ยมใครไม่ต้องเตือนกันมากนัก ทุกกระทรวงก็ไม่ต้องกังวลเตรียมการต้อนรับให้วุ่นวาย กระทรวงเกษตรฯเป็นกระทรวงที่อยู่กับเกษตรกรจริงๆ ดูแลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งรัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และตนมาติดตามดูเรื่องยุทธศาสตร์ในเรื่องการเกษตรครบวงจรที่จะนำประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งตนพึงพอใจที่ทำตามแผนงานรัฐบาล ทุกกระทรวงมีภารกิจหลักและภารกิจแฝง และภารกิจที่เชื่อมโยงบูรณาการกับส่วนอื่น

นายกฯ กล่าวว่ากระทรวงเกษตรฯต้องนำมาขับเคลื่อน นำไปสู่การจัดทำแผนแม่บทว่า ยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะเดินด้วยแผนปฏิบัติการอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ เราตั้งเป้าหมายว่าในทุก 5 ปี จะทำให้กิจกรรมก้าวหน้าเท่าไร เดินไปกี่เปอร์เซ็นต์ รายได้ควรเพิ่มเท่าไร จัดหาน้ำเพิ่มมากขึ้นได้เท่าไร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน อะไรที่ทำได้ต้องเร่งทำวันนี้ ถ้าไม่คิดใหม่ ไม่ทำใหม่ก็จะเป็นแบบเดิม น้ำท่วม ฝนแล้ง เกษตรกรไม่มีรายได้ คือปัญหาที่มีมายาวนานและเป็นปัญหาในอนาคต หากไม่ทำอะไรในวันนี้

แฮปปี้ทุกกระทรวง-อย่าต่อว่ารมต.

นายกฯ กล่าวว่า อีกส่วนที่ต้องทำคือ ทำให้ประชาชนมีรายได้ จะต้องผลิตข้าวให้มากขึ้นหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมการปลูกข้าวที่ใช้พื้นที่น้อยลงแต่ได้ข้าวมากขึ้น หากยังปลูกแบบเดิม ข้าวจะล้น พื้นที่ใดทำได้ก็ทำ แต่หากทำไม่ได้ ก็ปลูกพืชไร่นาสวนผสม ยืนยันว่าไม่ได้ให้เลิกปลูกข้าว เคยพูดมาหลายครั้งแล้ว หากมีข้าวไว้กิน ทำพันธุ์และขาย ก็จะมีรายได้เข้าบ้าน เมืองนอกเขาก็ทำแบบนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้มาจากโทรทัศน์ต่างประเทศ เป็นไปตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องความพอเพียง เลี้ยงตัวได้ ซึ่งต้องดูตั้งแต่ปลูก ผลิต แปรรูป สร้างนวัตกรรม ไปสู่ต่างประเทศ ให้เกิดความสมดุล กระทรวงเกษตรฯกำลังทำแบบนี้

“ขอเพียงแรงใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดความขัดแย้ง และไม่มีใครอยากให้เกษตรกรมีรายได้น้อยลง หรือยุติอาชีพของท่าน ผมรู้ แต่ทำอย่างไรเขาจะดีขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่ามองว่าผลงานของกระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างไรและยุทธศาสตร์ที่วางไว้มาถูกทางหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถูกแล้ว เมื่อถามว่าแฮปปี้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวทันทีว่า “แฮปปี้ๆ แฮปปี้ทุกกระทรวง ก็ผมต้องเป็นคนรับผิดชอบ ถ้าไม่ดี ผมก็ต้องรับผิดชอบ อย่าไปว่ารัฐมนตรี ว่าผมนี่”

เมื่อนายกฯ ให้สัมภาษณ์เสร็จก่อนจะขึ้นรถกลับทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวตะโกนถามว่าโอเค อย่างนั้นว่าท่านนายกฯ ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ ตะโกนกลับมาว่า อย่าว่าตนมาก นักเลย

เจ้ากระทรวงเผยรู้ล่วงหน้า10นาที

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ กล่าวหลังจากนายกฯมาตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯว่า นายกฯแจ้งล่วงหน้าเพียง 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งตนไม่ได้เตรียมการอะไรมาก แค่สั่งการให้ข้าราชการไปซื้อข้าวมันไก่และก๋วยจั๊บไว้เป็นมื้อกลางวันเท่านั้น ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์เน้นย้ำการทำงานของข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อถวายงานแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งเกษตรกรถือเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการเดินทางไปต่างประเทศของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เพื่อประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 24 วันที่ 19-20 พ.ย.นี้ ที่กรุงลิมา ประเทศเปรูว่า นายกฯมอบให้พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ไปประชุมแทน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงถวายความอาลัย

‘เต้น’อัดแก้ชาวนาดุจนักย่องเบา

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ขณะที่นายกฯ เน้นย้ำความจริงใจกับชาวนา แต่อีกด้านรัฐบาลกลับแสดงท่าทีเหมือนให้ความสำคัญกับการไล่บี้คดีจำนำข้าวมากกว่าการแก้ปัญหาราคาข้าว ซึ่งกว่าจะออกมาตรการช่วยเหลือได้ก็อ้างข้อจำกัดมากจนชาวนาเริ่มท้อ พอมีมาตรการ กลับมีชาวนาอีกมากที่เข้าร่วมไม่ได้ แต่เรื่องเล่นงานฝ่ายตรงข้ามใช้มาตรา 44 ไปแล้วหลายครั้ง ไล่กวาดรายชื่อคนที่เข้าข่ายถูกยึดทรัพย์ ทั้งนักการเมือง ฝ่ายบริหาร และข้าราชการฝ่ายปฏิบัติละเอียดยิบถึง 6,000 คน ไม่รู้ว่าจัดลำดับความสำคัญอย่างไรถึงแก้ปัญหาชาวนาอย่างกับย่องเบา แต่เอาผิดรัฐบาลเก่าอย่างกับทำสงคราม

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เอาเข้าจริงปลายทางของจำนำยุ้งฉางก็คือผลขาดทุน ต่างกับจำนำข้าว ตรงที่ชาวนาอาจตกเป็นหนี้รัฐด้วยเมื่อจบโครงการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติกลัวเป็นจำเลยเพราะมีบรรทัดฐานจากจำนำข้าว ชาวนาก็กลัวเป็นหนี้เพิ่ม จึงมองไม่เห็นว่าสุดท้ายมาตรการนี้จะชี้วัดความสำเร็จอย่างไร ส่วนการขายข้าวช่วยชาวนานั้น ยิ่งช่วยกันมาก ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ แม้ไม่ส่งผลโดยตรงต่อกลไกราคา แต่ลดอิทธิพลพ่อค้า และเพิ่มอำนาจต่อรองให้ชาวนา ถือว่ามาถูกทาง

“น.ส.ยิ่งลักษณ์เริ่มทำจนเป็นกระแส หน่วยงานรัฐหรือพรรคอื่นจะทำตามบ้างก็ ไม่ได้ว่า ส่วนพวกชอบเหน็บแนมเสียดสีก็ควรปรับบทบาทได้แล้ว ช่วยขายข้าว เกี่ยวข้าวไม่ได้ ก็หาเวลาไปช่วยชาวนาไถนาบ้างก็ยังดี วิธีคิดตอดนิดตอดหน่อยแบบนี้อาจเหมาะกับการไถนาก็ได้” นายณัฐวุฒิกล่าว

ชัยเกษมชี้ชดใช้จำนำข้าว-บาน

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ระบุ ถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายกับ ผู้เกี่ยวข้องในคดีรับจำนำข้าวส่วนที่เหลืออีก 80% โดยแบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 3 กลุ่มว่า พล.อ.ไพบูลย์เคยให้สัมภาษณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะเรียกเก็บจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ 20% และให้ ผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบอีก 80% โดยให้ป.ป.ช.สอบว่า 80% นี้ใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง ซึ่งตนเห็นว่าคงต้องดูก่อนว่าจะสอบใครบ้าง และละเมิดอย่างไรบ้าง ในกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์คิดว่าต้องรอผลทางคดีอาญาก่อน เพราะหากทางคดีอาญาตัดสินออกมาแล้วว่าไม่มีความผิด ผลทางแพ่งก็จะไม่เกิด ทั้งนี้ พ.ร.บ.ความผิดทางละเมิดระบุว่าต้องจ่ายค่าเสียหายตามสัดส่วนอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ทราบคือ 20% และ 80% นั้น เอาเกณฑ์อะไรมาวัด หากเป็นความน่าจะทั้งหมดซึ่งวัด ไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่

นายชัยเกษมกล่าวว่าส่วน 80% ที่เหลือนี้ต้องมีการสอบสวน เพื่อหาความผิดว่าใครละเมิดตรงไหน ต้องแบ่งกันจ่ายอย่างไร พอเป็นแบบนี้แล้วตรงนี้จะกลายเป็นมหกรรมที่แสนยุ่งยากมาก ความจริงแล้วต้องรอผลคดีอาญาก่อน และยิ่งมีมาตรา 44 มากำกับว่าผู้ที่ดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เชื่อว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากวุ่นวายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งหลักผิดตั้งแต่แรกแล้ว และนโยบายที่ท่านกำลังนำมาใช้ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องข้าวอยู่ ก็คล้ายกันกับนโยบายของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ แบบนี้ในอนาคตจะมีคนออกมาร้องว่าท่านทำผิดอีกไหม สรุปคือเรื่องนี้ไม่ควรจะดำเนินการตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล การที่ท่านดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญา มาจนถึงการที่ท่านจะมาเรียกเอาเงินในความผิดทางละเมิด ทำให้เรื่องราวบานปลายกันไปใหญ่โต

วิษณุพร้อมสู้คดีหากปูยื่นฟ้อง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมยื่นหนังสือถึงศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จากโครงการรับจำนำข้าว โดยจะฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งนายวิษณุว่า ก็รับทราบ ตอนนี้ยังไม่พูดอะไร ไม่ตั้งทีมสู้คดี เมื่อถึงเวลาเขาฟ้องรัฐบาลก็สู้คดีไป และมีอัยการคอยช่วยแก้คดีให้ ก็ไปชี้แจงในศาลได้ ไม่จำเป็นต้องมาพูดในที่สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ไพบูลย์ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)ได้รายงานความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายกับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำส่วนที่เหลืออีก 80 เปอร์เซ็นต์ รองนายกฯกล่าวว่าไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แต่หารือเรื่องการประชุมกรรมการบริหารกระบวน การยุติธรรม เพราะรัฐมนตรีมีทีมงานดำเนินงานอยู่ และไม่ทราบว่าสอบกันอย่างไร และใครอยู่ในข่ายเกี่ยวข้องบ้างเพราะไม่เคยถาม และไม่สนใจเรียกมาดูว่ามีใคร

นายวิษณุกล่าวถึงแนวคิดตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งแทนกกต.จังหวัดว่า ทราบจากข่าวว่าเพื่อไม่ให้กกต.จังหวัดเป็นหน่วยงานถาวร ไม่ว่าจะเลือกตั้งอะไรก็ใช้แต่ชุดนี้ จึงต้องการเปลี่ยน เลือกตั้งครั้งใดก็ตั้งขึ้นมา ซึ่งเป็นหลักเดียวกับร่างรัฐธรรมนูญสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ไม่ให้มีกกต.จังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้ยึดครองอยู่ในตำแหน่งแล้วมีอำนาจ ส่วนข้อแย้งของนายสมชัย ที่ระบุเวลาจะเลือกตั้งก็ต้องหาคนหลายพันคนแล้วจะเปลี่ยนบ่อยๆ ได้อย่างไร ซึ่งก็มีเหตุผล แต่ในข้อเท็จจริงเปลี่ยนบ่อยไม่เป็นไร ทำได้และอาจเลือกใช้คนเดิมก็ได้ และไม่ผูกมัดว่าต้องเป็นคนเดิม แต่ทั้งหมดต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสีย และช่วยกันคิดเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม

มีชัยโวกรธ.งานหนัก-ไม่ฟุ้งซ่าน

ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนา “การรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.” โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดงานว่า กฎหมายลูกว่าด้วยกกต.และพรรค การเมืองเป็นองคาพยพสำคัญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อสนช.ผ่านร่างกฎหมาย 2 ตัวนี้ กรธ.จะส่งร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ให้สนช.พิจารณาต่อไป เมื่อสนช.ผ่าน 4 กฎหมายลูกนี้แล้วจะทำให้เรารู้กำหนดวันเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าหน้าตาจะต่างจากร่างที่กรธ.เสนอไปมากน้อยแค่ไหน

นายมีชัยกล่าวว่า กฎหมายว่าด้วยกกต.เรื่องคุณสมบัติกกต.นั้น กรธ.ได้คัดลอกมาจากเนื้อหาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ แต่กลับมีคนเข้าใจผิดคิดว่ากรธ.เขียนต่างไปจากกฎหมายแม่ เพื่อต้องการกลั่นแกล้งกัน ซึ่งเรื่องคุณสมบัติไม่ว่าของกกต. หรือองค์กรอิสระอื่น กรธ.เข้าใจว่ากรรมการเหล่านี้มีที่มาตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ขณะที่กรธ.กำหนดคุณสมบัติใหม่ขึ้นมา หลายคนหงุดหงิด อยากให้กรธ.ชี้ขาด แต่เราทำไม่ได้ เพราะผู้ที่จะชี้ขาดเรื่องนี้คือคณะกรรมการสรรหา

“กรธ.ไม่เคยคิดฟุ้งเฟ้อเพ้อเจ้อตามอารมณ์ เราเขียนกฎหมายลูกให้สอดคล้องตามหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป ขจัดการทุจริตอย่างจริงจังด้วยการลงโทษอย่างรุนแรง จนบางคนที่ตามไม่ทัน รับไม่ได้ คิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งเฉพาะตัว แต่ยืนยันว่าข้อกำหนดที่ใช้กับกกต.จะนำไปใช้กับองค์กรอิสระอื่น รวมถึงศาลรัฐธรรม นูญด้วย แต่ขึ้นกับรายละเอียดที่แตกต่างกัน มันจึงอาจเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะกฎหมาย กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งจึงต้องออกมาก่อน กรธ.ทำงานกันอย่างหนัก ไม่มีเวลาว่างคิดฟุ้งซ่าน” ประธาน กรธ.กล่าว

ซัดกกต.จังหวัด-เงินหมื่นเงินแสน

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกกต.จังหวัด กรธ.ฟังความเห็นมาแล้วพบว่ามีไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ที่กกต.จังหวัดไว้ใจได้ และปัญหามักเกิดจากกกต.จังหวัดที่ให้เหตุผลว่าต้องดูแลเลือกตั้งท้องถิ่น ก็พบว่ามอบให้ส่วนท้องถิ่นไปจัดการเลือกตั้ง จับการทุจริตไม่ได้สมกับเรื่องเล่าลือ กำนันเงินหมื่น อบต.เงินแสน ประสิทธิภาพการทำหน้าที่กกต.จังหวัดไม่เป็นไปอย่างที่คิด กรธ.จึงเสนอผู้ตรวจการเลือกตั้งเพื่อลองเปลี่ยนใหม่ ยืนยันว่าไม่ได้ฟุ้งซ่าน แต่เกิดจากความคิดตรึกตรองกันอย่างดี เจ้าหน้าที่กกต.ที่มารับฟังกรธ.ก็บอกทำได้ ขณะที่บทบาทของกกต.เราก็เพิ่มอาวุธ ช่องทางหาข้อมูลหลักฐาน และอาจไปไกลถึงให้รางวัลนำจับ แต่ยอมรับว่าอันตรายหากมีการกลั่นแกล้งกัน ก็กำหนดไว้ว่าหากกลั่นแกล้งจะเจอโทษรุนแรง สำหรับโครงสร้างกกต. 7 คน ที่เพิ่มมา 2 คน จากสายศาลก็เพื่อเน้นป้องกันการทุจริต ต้องใช้คนที่เชี่ยวชาญทางกฎหมาย โดยถอดแบบมาจากองค์คณะ ผู้พิพากษา

“ภาพรวมของรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกทั้งหมดที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระทั้งห้าและศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นเครื่องค้ำยันระบอบการเมืองการปกครองของเราให้ไปข้างหน้าอย่างสมเหตุสมผล เพื่อพัฒนาประเทศของเราได้อย่างเต็มที่ อาจดูเข้มงวดรุนแรงบ้าง แต่ทั้งหมดเราเขียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น ผมยังแอบฝันถึงวันหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาจะต้องมาเลียนแบบอะไรที่แปลกใหม่จากเรา เนื่องจากเรามีประสบการณ์มามาก ก็พยายามแก้ปัญหาทุกรูปแบบมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก” ประธาน กรธ.กล่าว

สมชัยเหน็บร่างกม.มาก-ใช่เก่งกว่า

จากนั้นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงหลักการของร่างกฎหมายกกต.ที่นำเสนอว่าต้องการทำให้กกต.มีบทบาทสำคัญ 3 ข้อ คือ 1.ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะถ้าใช้สิทธิกันมาก การทุจริตก็จะน้อย 2.ทำให้การใช้สิทธิอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และ 3.ทำให้มีกลไกป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง อยากขอเรียกร้องทุกพรรคที่มาร่วมแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ส่วนกรธ.ก็ควรรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช่ใช้งบประมาณ จัดงานเป็นพิธีกรรม แล้วไม่นำเอาข้อเสนอไปใช้

“แต่ร่างที่กกต.เสนอมาเป็นคนละเรื่องกับที่กรธ.เขียน ผมอาจทำให้ต้องวงแตกกันนิดนึง เช่น เราเสนอมาให้มีกกต.จังหวัดเหมือนเดิม แต่กรธ.เขียนกลับไม่มี แล้วมีผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาแทน ซึ่งผมว่ามันเป็นกลไกที่ใช้ไม่ได้ กรธ.ควรเขียนกฎหมายแล้วเปิดให้เราได้วิจารณ์กัน ผมจะวิจารณ์เองเพราะผมทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อรักษาหน้าใคร กกต.เสนออะไรไม่เหมาะสมก็วิจารณ์ได้ อยากให้สังคมไทยใช้ความจริงมาคุยต่อหน้ากัน ไม่ใช่เกิดมานานกว่า ร่างกฎหมายมาหลายฉบับกว่า แล้วหมายความว่าต้องเก่งกว่า” นายสมชัยกล่าว

ทุกประเด็นยึดโยงรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายสมชัยกล่าวในห้องจบ นายมีชัยได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กรธ.ได้เพิ่มเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยกกต.ไว้มาก อย่างผู้ชี้เบาะแสทุจริตการเลือกตั้งก็เป็นบทบาทใหม่ที่กรธ.เพิ่มให้ คล้ายกับข้อมูลของสำนักข่าวกรองที่เป็นข้อมูลมาจากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่เปิดเผยตัว เพราะเปิดเผยตัวก็อาจถูกยิงตายได้ รัฐบาลจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งเวลากกต.จะไปทำงานต้องมีข้อมูลพวกนี้ไว้ใช้เป็นเบาะแสเพื่อใช้ในชั้นศาลได้ เพราะการมีข้อมูลเช่นนี้ไว้การจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพื่อได้ข้อมูลนำกลับมารายงานกกต.ได้ ส่วนค่าตอบแทนของผู้ชี้เบาะแสเป็นเรื่องที่กกต.จะไปออกระเบียบเอง

เมื่อถามถึงนายสมชัยระบุการพ้นจากตำแหน่งควรพ้นจากวาระหรือทำผิดวินัยมากกว่าขัดคุณสมบัติดูจะไม่เป็นธรรม นาย มีชัยกล่าวว่า ขอเลิกพูดถึงได้แล้ว เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนเช่นนั้น ที่ผ่านมากรธ.พยายามหาช่องทางแต่ไม่มีช่องเปิดไว้ แม้ในร่างรัฐธรรมนูญจะบอกว่าการอยู่ต่อไปของกรรมการองค์กรอิสระให้เป็นไปตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่การจะกำหนดอะไรในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงร่างรัฐธรรมนูญด้วย ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญระบุว่าจะพ้นต่อเมื่อขัดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ดังนั้น กรธ.จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะไปยกเว้นอะไรได้ เพราะมิเช่นนั้นความเสี่ยงที่กรธ.จะทำขัดต่อรัฐธรรมนูญก็จะเกิดขึ้น

ม.44เปิด50เก้าอี้กรุทำเนียบ

วันเดียวกัน มีประกาศราชกิจจานุเบกษา ระบุ คำสั่งคสช.ที่ 68/2559 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว โดยที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจ องค์ การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย มีกรณีถูกกล่าวหากระทําความผิด บางกรณีอาจยังไม่ปรากฏความผิด แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความรับผิด หรือสมควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลและหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อประสิทธิภาพของงานและแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้นๆ อาศัยอำนาจตาม ม.44 หัวหน้าคสช. โดยความเห็นชอบของคสช. มีคำสั่งดังต่อไปนี้

1.ให้มีกรอบอัตรากําลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสํานักนายกรัฐมนตรี จํานวน 50 อัตรา เพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่เป็นข้าราชการ ไม่ว่ามีตําแหน่งใดในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเป็นนิติบุคคลและไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือน ค่าจ้าง เงินอื่น และสิทธิประโยชน์เดิมที่ได้รับอยู่ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่อื่นในสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหมดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง หรือพ้นจากตําแหน่งโดยเหตุอื่น หรือนายกฯจะมีคําสั่งเป็นอื่น

หลานสาวแม้ว-ปูโดนประเดิม

2.กรณีต้องดําเนินการตามข้อ 1 ให้ นายกฯ เป็นผู้ออกคําสั่งไปปฏิบัติหน้าที่ในสํานักนายกฯได้ โดยเรียกชื่อตําแหน่งที่มาปฏิบัติหน้าที่ว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี” กรณีมีเหตุสมควร นายกฯ อาจมีคําสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิม

3.ให้ผู้มีตําแหน่งหน้าที่ในสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตามรายชื่อต่อไปนี้ ไปเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ตามคําสั่งนี้ 1.น.ส.ปณิตา ชินวัตร 2.นายชาวันย์ สวัสดิ์-ชูโต 3.น.ส.อิสรา ภูมาศ

4.กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําสั่งนี้ ให้กระทรวงการคลังร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขให้นายกฯวินิจฉัย คําวินิจฉัยของนายกฯให้เป็นที่สุด 5.นายกฯอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ตามที่เห็นสมควร 6.คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน