ดีเดย์รื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธิน 26พ.ย.นี้ เตรียมสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยสั่งปิดถนนก่อน 4 วันในบางช่วงเวลา เพื่อปรับขยายช่องจราจร-ทางกลับรถ ก่อนเริ่มสร้างอุโมงค์ทางลอดแนวถนนรัชดาฯ ใช้เวลา 2 ปี ทำสะพานข้ามแยกแนวถนนรัชโยธินใช้เวลา 11 เดือน ด้านตร.แนะเส้นทางเลี่ยง 5 เส้นทางเลี่ยงแก้รถติดหนึบ เตรียมแผนระบายรถ 3 รูปแบบแล้วประเมินผลช่วงสัปดาห์แรก

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่หน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กทม. พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. นายพินิต เลิศอุดมธนา รองผอ.การสำนักการโยธา กทม. นายธีรพล ตันสัจจา ผู้แทนธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วย ผู้แทนบริษัทที่ปรึกษา PCGRN โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาสัญญาที่ 1 (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่) ร่วมแถลงเตรียมความพร้อมจัดจราจรระหว่างปิดสะพานรัชโยธิน ก่อนเริ่มรื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธิน พร้อมแนะนำเส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรบริเวณดังกล่าว

นายพีระยุทธกล่าวว่า ตามแผนดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ) จะก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้ายกระดับช่วงระหว่างสถานีรัชโยธินกับสถานีพหลโยธิน 24 ที่ตัดผ่านสี่แยกรัชโยธิน และสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนวถนนพหลโยธิน จึงจำเป็นต้องรื้อสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธินออก ซึ่งรฟม.มีแผนก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกในแนวถนนรัชดาภิเษกทดแทน ควบคู่กับการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนวถนนพหลโยธิน โดยใช้โครงสร้างเดียวกันกับทางวิ่งยกระดับของรถไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพรองรับการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินทั้ง 2 ทิศทาง

นายพีระยุทธกล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะใช้ระยะเวลาดำเนินการให้สั้นที่สุดในการปิดการจราจรระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งการปิดการจราจรบนสะพานรัชโยธินจะแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.วันที่ 22-23 พ.ย. ปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. 2.วันที่ 24-25 พ.ย. ปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. และ 3.วันที่ 26 พ.ย. ปิดเพื่อรื้อสะพานรัชโยธินตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป เพื่อลดผล กระทบด้านการจราจรอันเนื่องมาจากการปิดรื้อสะพานรัชโยธินให้น้อยที่สุด โดยรฟม.ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อปรับขยายช่องทางจราจรทางราบบนถนนรัชดาภิเษกบริเวณสี่แยกรัชโยธิน ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเพิ่มอีก 1 ช่องทาง รวมเป็น 3 ช่องทาง และทำช่องกลับรถเพิ่มในถนนรัชดาภิเษก ฝั่งศาลอาญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางราบให้รองรับจำนวนรถยนต์มากขึ้น

นายพีระยุทธกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รฟม.ยังประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทราบล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่ก่อสร้างบริเวณสี่แยกรัชโยธิน 5 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 21 ออกไปยังซอย วิภาวดีฯ 30 เส้นทางที่ 2 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 23 ออกไปยังซอยวิภาวดีฯ 32 เส้นทางที่ 3 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 46 ออกไปยังซอยพหลโยธิน 33 เส้นทางที่ 4 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 48 และ 46/1 ออกไปยังซอยพหลโยธิน 35 และเส้นทางที่ 5 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 30 ออกไปยังซอยรัชดาภิเษก 36, 32, 30 โดยในช่วงปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธินทุกหน่วยจะประเมินผลและปรับแผนจราจรให้เหมาะสมก่อนรื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธิน โดยจะให้มีผล กระทบน้อยที่สุด ซึ่งติดตามข้อมูลแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th หรือโทร. 0-2115-6000

นายพีระยุทธกล่าวด้วยว่า ส่วนการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกในแนวถนนรัชดาภิเษก คาดใช้เงินประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.2560 ใช้เวลาก่อสร้าง 24 เดือนแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการวันที่ 9 ก.พ.2562 ส่วนสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนวถนนรัชโยธินจะเริ่มก่อสร้างวันที่ 15 พ.ค.2560 ใช้เวลาก่อสร้าง 11 เดือนแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการได้ใน วันที่ 15 เม.ย.2561

ด้านพล.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันสะพานข้ามแยกรัชโยธินประสบปัญหารถติดอยู่แล้ว เนื่องจากมีปริมาณรถเข้ามาใช้มากถึงวันละ 2 แสนคัน หากทุบสะพานยอมรับว่าจะทำให้การจราจรคล่องตัวน้อยลงเพราะจากเดิมที่ขับขึ้นสะพานข้ามแยกได้เลย ต้องมารอไฟแดงที่แยก ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบการจราจรในเขตดังกล่าวก่อนจะปิดแยก เจ้าหน้าที่ได้ปรับแนวถนนจากเดิม 3 ช่องให้เป็น 4 ช่องจราจร โดยลดพื้นที่เกาะกลางลง รวมทั้งเตรียมเพิ่มจุดกลับรถบนถนนรัชดาฯ 1 จุด บริเวณปากซอย 40 และจุดกลับรถบนถนนพหลโยธิน 1 จุด บริเวณปากซอย 35 นอก จากนี้ ยังเตรียมปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถด้วย

“ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องการจราจร ซึ่งขณะนี้เตรียมรูปแบบการระบายรถบริเวณแยกไว้แล้ว 3 รูปแบบคือ 1.ปล่อยรถบริเวณสี่แยกให้วิ่งได้ทุกทิศทาง โดยปรับรอบให้เร็วขึ้นและจะเริ่มทดลองในวันที่ 22 พ.ย. ประมาณ 1 สัปดาห์จะรู้ผลว่าแก้ปัญหารถติดได้หรือไม่ หากไม่ได้ผลจะใช้แผนสองคือห้ามเลี้ยวขวาทุกทิศทาง และหากยังไม่ได้ผลอีกจะใช้แผนสามคือ เปิดให้เดินรถทางเดียวในถนนรัชดาฯ” พล.ต.ท.วิทยากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน