ไวรัลภาพแฟนบอลประเทศญี่ปุ่น ช่วยเก็บขยะในสนาม หลังศึกฟุตบอลโลก 2026 โดนชาวเน็ตในประเทศบอกสร้างภาพ อยู่ที่บ้านก็ช่วยทำบ้างสิ
15 มิถุนายนที่ผ่านมา ทีมชาติญี่ปุ่น ลงแข่งกับ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาแฟนฟุตบอลชาวญี่ปุ่นได้รับคำชื่นชมจากการช่วยทำความสะอาดสนามหลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก
ครั้งนี้ก็เช่นกัน สื่อทั่วโลกได้มีการเผยแพร่ภาพของแฟนบอลญี่ปุ่นเดินเก็บขยะบนอัฒจันทร์พร้อมถุงขยะหลังจบการแข่งขัน กระทั่งสาวรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้บอกว่าผู้ชายญี่ปุ่นสร้างภาพ
พร้อมแคปชั่นว่า “ดูเหมือนว่าการเก็บขยะในสนามฟุตบอลโดยผู้ชายชาวญี่ปุ่นกำลังได้รับความสนใจ แต่ชั่วโมงการทำงานบ้านของผู้ชายชาวญี่ปุ่นนั้น เมื่อเทียบกับระดับสากลแล้ว อยู่ในระดับที่ต่ำอย่างยิ่ง ขอให้แบ่งปันงานดูแลในบ้านก่อนเลย”
โดยนำภาพชายคนหนึ่งกำลังเก็บขยะในสนามมาเปรียบเทียบกับภาพชายคนเดียวกันที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาที่บ้าน เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างตะกร้าผ้า ขณะที่ภรรยากำลังล้างจาน โพสต์ดังกล่าวได้รับการกดถูกใจบน X มากกว่า 60,000 ครั้ง
ผู้ใช้ X รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “ทุกคนอยากช่วยโลก แต่ไม่มีใครอยากช่วยแม่ล้างจาน” โดยอ้างอิงคำพูดของนักเขียนชาวอเมริกัน พี.เจ. โอ’รูร์ก อีกคนหนึ่งเขียนว่า “ในกลุ่มคนที่กำลังเก็บขยะเหล่านี้ อาจมีบางคนที่มีลูกเล็กอยู่ที่บ้าน และทิ้งให้ภรรยาดูแลลูกตามลำพังเพื่อมาดูฟุตบอลโลกก็ได้”
เวลาที่ใช้ทำงานบ้าน ผู้ชายญี่ปุ่นอยู่ในอันดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว
ข้อมูลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในปี 2021 ระบุว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมากกว่าผู้ชายกว่า 5 เท่า โดยผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 47 นาทีต่อวัน
ความแตกต่างนี้เห็นได้ชัดเป็นพิเศษในครอบครัวที่มีลูกเล็ก ผลสำรวจของรัฐบาลในปี 2021 พบว่า ในครัวเรือนที่พ่อแม่ทั้งสองคนทำงานและมีลูกอายุต่ำกว่า 6 ปี ผู้หญิงใช้เวลากับงานบ้านมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ผู้ชายใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง
ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคนยังวิจารณ์สิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นความหน้าซื่อใจคดของการเก็บขยะในต่างประเทศ ทั้งที่หลังงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น พื้นที่สาธารณะก็มักเต็มไปด้วยขยะเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องการแบ่งงานบ้าน หลายคนมองว่าพฤติกรรมการเก็บขยะในสนามอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟนบอลญี่ปุ่นควรได้รับการสนับสนุน มากกว่าจะถูกจับผิด
ที่มา: bbc