หนุ่มสปป.ลาว จวกไทยเคลม “น้ำจิ้มซีฟู้ด” ลั่นความจริงต้นกำเนิดจากอาหารพื้นบ้านลาว ไทยไม่มีคำว่าซีฟู้ด
กลายเป็นกระแสไม่น้อย เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “กรุงเก่าของชาวสยาม” ได้โพสต์วิดีโอของชายชาว สปป.ลาวรายหนึ่ง ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “น้ำจิ้มซีฟู้ด” อ้างว่าแท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจาก “แจ่วส้ม” อาหารพื้นบ้านของลาว และไม่ควรมีการเคลมว่าเป็นต้นตำรับ
ชายคนดังกล่าวระบุว่า ประเด็นเรื่องอาหารเป็นสิ่งที่มักเกิดการถกเถียงกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นลาว ไทย หรือกัมพูชา ต่างก็มีการอ้างความเป็นเจ้าของอาหารหลายชนิด จึงอยากออกมาพูดถึงเรื่องนี้
โดยในคลิประบุว่า “คลิปนี้ก็ไม่มีอะไร จะมาขอพูดดักไว้ก่อน จะพูดเรื่องเกี่ยวกับอาหาร มีคนเคลมหลายสิ่งหลายอย่าง ลาวก็บอกว่าของลาว ไทยก็บอกว่าของไทย กัมพูชาก็บอกว่าของกัมพูชา ในคลิปนี้ผมจะมาพูดดักไว้ก่อน ว่าใครจะเคลมหรือไม่เคลมก็แล้วแต่
เรื่อง ‘แจ่วส้ม’ บ้านผมเรียกแจ่วส้ม ตำพริกแล้วก็เอาหอมและเครื่องปรุงผสมเข้าไป แล้วก็เอาหอยไปต้ม หรือเอาไปจิ้มกิน หรือต้มไก่แล้วก็เอากินกับข้าวเหนียว แล้วก็จิ้มกับต้มไก่
มาถึงปัจจุบัน คนก็เอาไปทำปรับปรุงหลายอย่าง แล้วก็มาเรียกว่าน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มซีฟู้ดงั้นเหรอ บ้านผมเรียกแจ่วส้ม เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลมากแล้ว เอาแจ่วส้มมาทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด อย่ามาบอกนะว่าประเทศลาวไม่มีทะเล อย่ามาเคลม ว่าอันนี้น้ำจิ้มซีฟู้ดต้นฉบับ ต้นตำรับ อย่ามาพูดนะ อย่ามาพูด บ้านผมเรียกว่าแจ่วส้ม อย่ามาเคลมแจ่วส้มนะ
แจ่วส้มกินมาตั้งแต่รุ่นยาย อย่ามาบอกว่าประเทศลาวไม่มีทะเล ขอเถียง แล้วก็จะมีบางคนบอกว่าน้ำจิ้มซีฟู้ดต้นตำรับมาจากประเทศฉันอย่างนั้นอย่างนี้ หยุดพูดเถอะ ถ้าคุณจะพูดแบบนั้นน่ะ ผมจะบอกให้นะ คำว่าซีฟู้ดน่ะ ภาษาคุณไม่มี ซีฟู้ดมันเป็นภาษาอังกฤษนะ ภาษาบ้านคุณไม่มีหรอกคำว่าซีฟู้ด ก็ประมาณนี้แหละ อย่ามาเคลมนะ แจ่วส้มบ้านผมเรียก กินกับต้มหอยบ้าง หรือว่าต้มไก่บ้าง มันไม่ใช่น้ำจิ้มซีฟู้ดนะ แค่คุณเอาไปปรุงแต่งแล้วไปเรียกเป็นชื่อใหม่เฉย ๆ บ้านผมเรียกว่าแจ่วส้ม”
เรียกได้ว่าหลังจากชมคลิปดังกล่าว ชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นมากมาย เช่น อาหารอีสานและลาวแท้ๆนั้นไม่ใส่มะนาว ความเปรี้ยวจะได้จากมะขาม มดแดง ยอดอ่อนพืชผักรสเปรี้ยวอื่น ๆ ถ้ามีสามสิ่งนี้เป็นส่วนประกอบหลัก แล้วบอกนี่คืออาหารลาวดั้งเดิม อาจจะยังไม่ใช่, เอาที่สบายใจ, แจ่วส้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดไม่เหมือนกัน พัฒนาของตัวเองให้ดีก่อน พอไทยทำแล้วเด่นดังอยากมีบทเฉย เป็นต้น
ขอบคุณที่มา เพจกรุงเก่าของชาวสยาม
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์
