หมอเจด เตือน คนอายุน้อยก็เป็น ‘มะเร็งตับ’ ได้ เผย จุดเสี่ยงอะไรบ้างที่หลายคนมักมองข้าม-ข้อไหนควรรีบจัดการ แนะ วิธีดูแลตัวเอง

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ ระบุว่า อายุน้อยก็เป็นมะเร็งตับได้ จุดเสี่ยงที่หลายคนไม่เคยเช็ก!

หลายคนคิดว่าอายุยังน้อย ร่างกายยังไหว ไม่เคยตัวเหลือง ไม่เคยปวดชายโครง ก็คงไม่มีเรื่องตับให้ต้องกังวล ยิ่งใครไม่ดื่มเหล้า ก็ยิ่งมั่นใจว่ามะเร็งตับคงไม่เกี่ยวกับตัวเอง ผมอยากให้ระวังความคิดนี้ไว้ครับ เพราะโรคตับระยะแรกมักเงียบมาก เงียบจนบางคนใช้ชีวิตปกติอยู่หลายปีโดยไม่รู้ว่ามีความเสียหายสะสมอยู่ และสาเหตุที่พาตับไปถึงมะเร็งก็ไม่ได้มีแค่เรื่องดื่ม

วันนี้ผมจะพาเช็กทีละข้อว่า จุดเสี่ยงอะไรบ้างที่คนอายุน้อยมักมองข้าม และข้อไหนที่ควรรีบจัดการก่อนตับจะส่งสัญญาณตอนที่สายเกินไปครับ

1.ไวรัสตับอักเสบบี เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ซ่อนอยู่ได้นาน ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลั่ง เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกัน และจากแม่สู่ลูกตอนคลอดได้ครับ คนที่ติดเชื้อเรื้อรังอาจดูแข็งแรงและไม่มีอาการเป็นเวลานาน แต่เชื้อยังทำให้ตับอักเสบ เกิดพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ โดยเฉพาะในเอเชีย ไวรัสบียังเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ ผมจึงไม่อยากให้ใช้คำว่า “ไม่เคยป่วย” มาแทนผลตรวจเลือดครับ

2.ไวรัสตับอักเสบซี ไม่มีอาการก็ทำลายตับได้ ไวรัสตับอักเสบซีติดต่อผ่านเลือด เช่น การใช้เข็มร่วมกัน การสักหรือเจาะด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด หรือการได้รับเลือดและทำหัตถการที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองอย่างเหมาะสมครับ เชื้ออาจอยู่เงียบ ๆ หลายปีจนเกิดพังผืดและตับแข็ง แล้วค่อยเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ ข้อดีคือปัจจุบันไวรัสซีรักษาให้หายได้ในคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการรู้เร็วไม่ได้น่ากลัวเท่าการไม่เคยรู้เลยครับ

3.ไขมันพอกตับ คนไม่ดื่มเหล้าก็เป็นได้ บางคนไม่แตะแอลกอฮอล์ แต่มีพุง น้ำหนักเกิน ชอบน้ำหวาน ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือเริ่มดื้ออินซูลิน ตับก็สะสมไขมันได้ครับ ถ้าปล่อยให้ไขมันพอกตับลุกลามจนเกิดการอักเสบและพังผืด ความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับก็เพิ่มขึ้นได้ ผมเห็นหลายคนมั่นใจมากว่า “ไม่กินเหล้า ตับต้องดี” แต่กินหวานทุกวัน นั่งทั้งวัน และไขมันพอกตับเต็ม ๆ แบบนี้ตับก็ไม่ได้สบายครับ

4.เบาหวานและโรคอ้วน เป็นตัวเร่งความเสียหายของตับ เบาหวานกับโรคอ้วนไม่ได้จบแค่เรื่องน้ำตาลหรือรูปร่างครับ ภาวะดื้ออินซูลินทำให้ตับสร้างและสะสมไขมันมากขึ้น เมื่อเดินคู่กับไขมันพอกตับ ความเสี่ยงตับอักเสบ พังผืด และมะเร็งตับก็สูงขึ้นตาม คนอายุน้อยที่มีทั้งพุง น้ำตาลสูง ไขมันสูง และตับมัน อย่าปลอบใจตัวเองว่า “ยังไม่ถึงวัยเป็นโรค” เพราะตับนับความเสียหาย ไม่ได้นับอายุครับ

5.แอลกอฮอล์ยังเป็นตัวการสำคัญ โดยเฉพาะดื่มหนักซ้ำ ๆ การดื่มหนักต่อเนื่องทำให้ตับอักเสบ เกิดพังผืดและตับแข็ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของมะเร็งตับครับ บางคนไม่ได้ดื่มทุกวัน แต่ดื่มหนักคืนเดียวทุกสัปดาห์ แล้วคิดว่าเว้นหลายวันตับคงทันพัก ผมต้องบอกตรง ๆ ว่าตับไม่ได้รีเซ็ตกลับเป็นศูนย์ทุกเช้าวันจันทร์ครับ และถ้ามีไวรัสตับอักเสบหรือไขมันพอกตับอยู่ก่อน แอลกอฮอล์ยิ่งเข้ามาซ้ำเติมกันได้

6.บุหรี่ไม่ได้เสี่ยงแค่ปอด สารจากควันบุหรี่เข้าสู่กระแสเลือดและเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งตับครับ ยิ่งถ้าสูบร่วมกับดื่มแอลกอฮอล์ มีไวรัสตับอักเสบ หรือมีโรคตับอยู่แล้ว ความเสี่ยงยิ่งซ้อนกัน ผมไม่อยากให้คนอายุน้อยคิดว่าเลิกเมื่อไรก็ทัน เพราะการสะสมความเสียหายเริ่มตั้งแต่มวนแรก ๆ แล้วครับ

7.อาหารขึ้นราและอะฟลาท็อกซิน เป็นภัยที่หลายคนมองข้าม ถั่วลิสง ข้าวโพด ธัญพืช พริกแห้ง หรืออาหารแห้งที่เก็บในที่ร้อนชื้น อาจปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินจากเชื้อราได้ครับ สารนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ และยิ่งน่ากังวลในคนที่มีไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้ว ถ้าอาหารขึ้นรา มีกลิ่นอับ หรือเปลี่ยนสี อย่าตัดเฉพาะส่วนเสียแล้วกินต่อครับ เสียดายของไม่กี่บาท แต่เอาตับไปเสี่ยง ผมว่าไม่คุ้มเลย

ไม่อยากเสี่ยงมะเร็งตับตั้งแต่อายุน้อย ดูแลตัวเองยังไงดี?

  • เช็กให้ชัดว่าเคยตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซีหรือยัง โดยเฉพาะคนที่มีประวัติเสี่ยงหรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคตับ
  • เช็กประวัติวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ถ้ายังไม่เคยฉีดหรือไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาสถานพยาบาล
  • ลดหรือหยุดแอลกอฮอล์ อย่ารอให้ค่าตับสูงแล้วค่อยลด
  • คุมน้ำหนัก รอบเอว น้ำตาล และไตรกลีเซอไรด์ เพื่อลดโอกาสเกิดไขมันพอกตับ
  • เลิกบุหรี่ และอย่ากินอาหารที่ขึ้นรา มีกลิ่นอับ หรือเก็บไม่เหมาะสม
  • ถ้ามีไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับรุนแรง พังผืด หรือตับแข็ง ต้องติดตามตามนัด ไม่ใช่ตรวจครั้งเดียวแล้วหายไปหลายปี
  • คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงควรให้หมอวางแผนติดตามตับเป็นระยะ เพราะการตรวจค่าตับอย่างเดียวไม่ได้บอกทุกอย่างครับ

มะเร็งตับในคนอายุน้อยอาจไม่ได้พบบ่อยเท่าคนอายุมาก แต่คำว่า “พบน้อย” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีทางเป็น” ครับ โดยเฉพาะคนที่มีไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ เบาหวาน โรคอ้วน ดื่มหนัก สูบบุหรี่ หรือมีโรคตับอยู่เดิม ผมไม่ได้อยากให้กลัวจนไปตรวจทุกอย่างมั่วไปหมด แต่อยากให้รู้ว่าตัวเองมีจุดเสี่ยงอะไร แล้วจัดการตั้งแต่วันนี้ เพราะตับที่ยังไม่พัง แก้ง่ายกว่าตับที่รอจนเกิดพังผืดหรือมะเร็งแล้วแน่นอนครับ

ที่มา : หมอเจด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน