อินฟลูเอนเซอร์สาว ถูกสั่งห้ามขึ้นเครื่องบิน เพราะพนักงานบอกว่า “ชุดดูโป๊เกินไป” โซเชียลคอมเมนต์ถกสนั่นเสียงแตก ล่าสุดสายการบินออกชี้แจง

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลัง เอ็ดดา เอลิซา พิลซ์ (Edda Elisa Pilz) อินฟลูเอนเซอร์สายออกกำลังกายชาวเยอรมนี ถูกเจ้าหน้าที่สายการบิน ลุฟท์ฮันซา (Lufthansa) ปฏิเสธการขึ้นเครื่องชั่วคราว

เนื่องจากสวมสปอร์ตบราและกางเกงปั่นจักรยานรัดรูป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า การแต่งกายของเธอ “ดูเหมือนเปลือยกาย” พร้อมขอให้สวมเสื้อคลุมเพิ่มเติมก่อนจึงจะสามารถขึ้นเครื่องได้

หลังจากเจ้าตัวเผยแพร่วิดีโอเล่าเหตุการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ประเด็นดังกล่าวก็กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับการบังคับใช้ระเบียบของสายการบิน และผู้ที่มองว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแต่งกายของผู้โดยสาร

เอ็ดดา วัย 24 ปี มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 550,000 คน เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุอุณหภูมิภายนอกสูงถึง 30 องศาเซลเซียส เธอสวมสปอร์ตบราสั้นและกางเกงปั่นจักรยานเพื่อเตรียมขึ้นเครื่องบิน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบินลุฟท์ฮันซาสกัดไว้บริเวณประตูขึ้นเครื่อง

เจ้าหน้าที่แจ้งว่า การแต่งกายของเธอ “เทียบเท่ากับการเปลือยกาย” และกำชับให้สวมเสื้อคลุม มิฉะนั้นจะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง

แม้เธอจะยอมสวมเสื้อแจ็กเก็ตตามคำขอ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันให้รูดซิปจนสุด พร้อมกล่าวหาว่าเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้เที่ยวบินล่าช้า

ในวิดีโอ เอ็ดดาตั้งคำถามว่า ผู้โดยสารชายที่เดินทางกลับจากแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในสเปนก็มักแต่งกายลำลองเช่นกัน แต่กลับไม่เคยถูกจำกัดในลักษณะเดียวกัน พร้อมย้ำว่า เธอพร้อมปฏิบัติตามกฎของสายการบิน แต่ไม่อาจยอมรับวิธีการสื่อสารและน้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ในวันเกิดเหตุ โดยคลิปดังกล่าวมียอดรับชมหลายแสนครั้งและจุดกระแสถกเถียงในวงกว้าง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ทั้งสองฝ่าย

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งกายของอินฟลูเอนเซอร์รายนี้มองว่า สนามบินและห้องโดยสารเป็นพื้นที่สาธารณะ ผู้โดยสารควรแต่งกายให้เหมาะสม อีกทั้งหากผู้โดยสารชายถอดเสื้อขึ้นเครื่องก็ย่อมถูกห้ามเช่นเดียวกัน

บางส่วนยังยกประเด็นด้านสุขอนามัย โดยระบุว่า เบาะโดยสารบนเครื่องบินไม่สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างหมดจดหลังทุกเที่ยวบิน การที่ผิวหนังสัมผัสเบาะโดยตรงอาจก่อให้เกิดความกังวลด้านความสะอาด

ขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบางรายซึ่งระบุว่าทำงานเป็นลูกเรือและแพทย์ด้านเวชศาสตร์การบิน ได้อธิบายถึงเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรายหนึ่งระบุว่า หากเกิดอุบัติเหตุและจำเป็นต้องอพยพผ่านสไลด์ฉุกเฉิน ผู้ที่สวมกางเกงขาสั้นหรือเสื้อผ้าที่เผยผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดแผลไหม้จากแรงเสียดสีบริเวณขา

ด้านแพทย์เวชศาสตร์การบินยังเสริมว่า ภายในห้องโดยสารมักมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ อีกทั้งอาจเกิดความล่าช้าหรือเหตุไม่คาดคิดระหว่างการเดินทาง การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายได้มากกว่าจะเหมาะสมและใช้งานได้จริงกว่า

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สนับสนุนเอ็ดดามองว่า ชุดดังกล่าวเป็นชุดออกกำลังกายที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน และพนักงานสายการบินไม่ควรแทรกแซงสิทธิในการแต่งกายของผู้โดยสารมากเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความเห็นว่า ไม่ว่ากฎระเบียบจะกำหนดไว้อย่างไร หากเจ้าหน้าที่ใช้คำว่า “เปลือยกาย” เพื่อเรียกผู้โดยสารจริง ก็ถือเป็นการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมและขาดความเคารพ พร้อมมองว่าผู้หญิงไม่ควรถูกตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์เพียงเพราะเลือกแต่งกายตามความต้องการของตนเอง

ภายหลัง สายการบินลุฟท์ฮันซาออกแถลงการณ์ว่า เนื่องจากเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้โดยสารหรือพนักงานรายใดเป็นการเฉพาะได้ แต่ยืนยันว่าจะตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติงานภายใน

สายการบินระบุเพิ่มเติมว่า ตามข้อกำหนดในการขนส่ง ผู้โดยสารทุกคนควรแต่งกายให้เหมาะสมกับการเดินทางในที่สาธารณะ และคำนึงถึงความรู้สึกของผู้โดยสารจากหลากหลายวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม หากพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมตามที่มีการกล่าวอ้าง ก็ถือว่าไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการของบริษัท

ที่มา ETtoday

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน