สัญญาณอันตราย! ผู้เชี่ยวชาญเตือน เปิดวิธีเช็กว่า “โทรศัพท์มือถือถูกดักฟัง-แฮกข้อมูล” หรือเปล่า แนะนำรีบตัดอินเทอร์เน็ตทันที

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนให้สังเกตความผิดปกติของอุปกรณ์ หลังพบว่าหลายคนมักละเลยข้อความจากหมายเลขแปลกหรือการแจ้งเตือนที่ไม่คุ้นเคย ทั้งที่อาจเป็นสัญญาณสำคัญว่าโทรศัพท์กำลังตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ หรือเลวร้ายกว่านั้นคือถูกติดตั้งสปายแวร์เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงิน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยมักปัดทิ้งหรือมองข้ามข้อความและการแจ้งเตือนที่ไม่รู้จัก แต่ข้อความเหล่านี้อาจเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล พร้อมลักลอบเข้าถึงข้อมูลสำคัญโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว

ข้อความลักษณะใด เสี่ยงบ่งชี้ว่าโทรศัพท์กำลังถูกโจมตี

หนึ่งในสัญญาณอันตรายที่สุด คือ การได้รับข้อความรหัสยืนยันตัวตน (OTP) หรือการแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบจากโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันธนาคาร หรือบริการออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งที่ผู้ใช้ไม่ได้เป็นผู้ร้องขอ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กรณีดังกล่าวอาจหมายความว่ามีผู้พยายามเจาะบัญชีของผู้ใช้ และหากแฮกเกอร์สามารถควบคุมข้อความในโทรศัพท์ได้แล้ว ความเสียหายทางการเงินอาจเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน

อีกวิธีที่พบได้บ่อยคือ การส่งข้อความปลอมแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการ ศาล ธนาคาร หรือบริษัทขนส่ง โดยใช้ถ้อยคำข่มขู่หรือเร่งรัดให้ผู้รับกดลิงก์เพื่อดำเนินการบางอย่าง เมื่อกดลิงก์ดังกล่าว มัลแวร์อาจถูกดาวน์โหลดและทำงานอยู่เบื้องหลังทันที

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนให้ระวังข้อความที่ดูเหมือนไม่มีความหมาย เช่น ข้อความที่ประกอบด้วยชุดตัวอักษรแปลก ๆ โค้ดจำนวนมาก หรือแม้แต่ข้อความว่างเปล่า เพราะอาจไม่ใช่ข้อความที่ส่งผิด แต่เป็นคำสั่งที่แฮกเกอร์ส่งไปยังสปายแวร์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง เพื่อสั่งเปิดกล้อง เปิดไมโครโฟน หรือดึงข้อมูลออกจากอุปกรณ์

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าโทรศัพท์อาจถูกติดตั้งสปายแวร์

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากโทรศัพท์ถูกบุกรุก มักจะมีความผิดปกติทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เกิดขึ้นพร้อมกัน

หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยคือ แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ เนื่องจากสปายแวร์ต้องทำงานตลอดเวลา ทั้งการติดตามตำแหน่ง บันทึกเสียง ถ่ายภาพ และส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ไม่หวังดี ส่งผลให้เครื่องทำงานหนักและมีอุณหภูมิสูง แม้เพียงเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงโดยไม่ได้ใช้งาน

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังอาจสังเกตเห็นว่าปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือเพิ่มขึ้นผิดปกติ เพราะข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ข้อความ หรือไฟล์ต่าง ๆ อาจถูกส่งออกจากเครื่องอย่างต่อเนื่อง

ในกรณีที่รุนแรง ผู้ใช้อาจพบว่า หน้าจอโทรศัพท์เปิดขึ้นเอง เครื่องรีสตาร์ตเองในช่วงกลางคืน หรือสัญลักษณ์ไมโครโฟนและกล้องบริเวณมุมหน้าจอกะพริบ ทั้งที่ไม่ได้เปิดใช้งานแอปพลิเคชันใด ๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ากล้องหรือไมโครโฟนกำลังถูกเปิดใช้งานจากระยะไกล

หากพบความผิดปกติ ควรทำอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากสงสัยว่าโทรศัพท์อาจถูกแฮก สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที ไม่ว่าจะเป็นการปิด Wi-Fi ปิดข้อมูลมือถือ หรือเปิดโหมดเครื่องบิน เพื่อหยุดการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ไปยังผู้ไม่หวังดี

หลังจากแยกอุปกรณ์ออกจากเครือข่ายแล้ว ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ และเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อความ กล้อง และไมโครโฟน จากแอปพลิเคชันที่ไม่คุ้นเคย หรือจำไม่ได้ว่าเคยติดตั้งเมื่อใด

หากพบว่าโทรศัพท์ติดมัลแวร์อย่างรุนแรง หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สำรองเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น รูปภาพและเอกสารส่วนตัว ไปยังบริการคลาวด์ที่เชื่อถือได้ โดย ไม่ควรสำรองข้อมูลแอปพลิเคชันทั้งหมด เพื่อป้องกันการนำมัลแวร์กลับมาติดตั้งซ้ำ

จากนั้นจึงดำเนินการ รีเซ็ตเครื่องกลับสู่ค่าโรงงาน (Factory Reset) เพื่อกำจัดมัลแวร์หรือสปายแวร์ที่อาจซ่อนอยู่ภายในระบบอย่างสมบูรณ์ พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญทั้งหมดหลังจากทำความสะอาดอุปกรณ์แล้ว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลในระยะยาว

ที่มา SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน