พี่สาว ร้องขอความเป็นธรรม ม.2โดนเพื่อนใช้ไม้ปิงปองฟาด ในชั่วโมงเรียน เลือดคั่ง-สมองบวม หมอต้องผ่าตัด ข้องใจโรงเรียนพาส่งสถานอนามัย ระบุเพียงอุบัติเหตุจากการเรียนกีฬา
วันที่ 10 ก.ค.69 มีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งเผยแพร่เรื่องราวของน้องชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคใต้ ถูกเพื่อนใช้ไม้ปิงปองฟาดศีรษะระหว่างคาบเรียน จนในเวลาต่อมาพบว่ามีภาวะเลือดออกบริเวณเหนือและใต้เยื่อหุ้มสมองร่วมกับสมองบวม ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในโรงเรียน
น.ส.เอ(นามสมติ) พี่สาวของ ด.ช.โอ (นามสมติ) เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 30 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ขณะน้องชายกำลังเรียนวิชาปิงปอง ซึ่งเป็นวิชาเพิ่มเติมภายในโรงเรียน ระหว่างเรียนได้มีการหยอกล้อกับเพื่อนคู่กรณี แต่ไม่ทราบว่าเกิดการโต้เถียงหรือมีปากเสียงกันมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่เพื่อนจะใช้ไม้ปิงปองฟาดเข้าที่ศีรษะของน้องจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังเกิดเหตุ ครูได้พาน้องชายไปที่สถานีอนามัย ก่อนโทรศัพท์มาแจ้งครอบครัวช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ว่าน้องประสบอุบัติเหตุจากการเรียนกีฬา มีแผลแตกบริเวณกลางศีรษะ มีเลือดออก ศีรษะด้านหน้าปูด แต่แผลไม่ต้องเย็บ เจ้าหน้าที่อนามัยให้ประคบเย็นและพาน้องกลับไปโรงเรียน เนื่องจากตอนนั้นน้องยังบอกว่าไหว จึงกลับเข้าเรียนต่อในช่วงบ่าย
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับเอกสารผลการรักษาจากสถานีอนามัย พบว่าระบุเพียงว่าเป็น “อุบัติเหตุจากการเรียนกีฬา” ทำให้ครอบครัวรู้สึกสงสัยว่า ครูได้แจ้งรายละเอียดอาการของน้องกับเจ้าหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ เพราะมองว่าการวินิจฉัยในตอนนั้นทำให้ความรุนแรงของอาการถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง และอาจทำให้น้องไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่แรก
ต่อมาครอบครัวได้พาน้องไปโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่า น้องมีภาวะเลือดออกบริเวณเหนือและใต้เยื่อหุ้มสมองร่วมกับสมองบวม รวมทั้งมีบาดแผลถลอกบริเวณหน้าผากด้านขวา จนต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เดินได้ พูดคุยได้ และเริ่มกลับมายิ้มแย้มมากขึ้น แต่ครอบครัวยังกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อสมองในระยะยาว
ซึ่งขณะนี้ครอบครัวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ สภ.ในพื้นที่ ในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว และพนักงานสอบสวนได้นัดเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค) ขณะที่โรงเรียนรับทราบแล้วว่าน้องต้องเข้ารับการผ่าตัดแล้ว พร้อมส่งหนังสือเชิญผู้ปกครองเข้ารับฟังผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหารือแนวทางดำเนินการในวันที่ 14 ก.ค. นี้
ในส่วนการช่วยเหลือจากโรงเรียน หลังเกิดเหตุ 1 วัน ผู้บริหารและคณะครูได้เดินทางไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาล พร้อมมอบเงินให้จำนวน 2,000 บาท แต่ครอบครัวยอมรับว่ายังรู้สึกไม่ได้รับความจริงใจจากครูและผู้บริหารเท่าที่ควร
ด้านครอบครัวของเด็กคู่กรณี ได้เดินทางมาเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 4 ก.ค ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวขอโทษและยอมรับผิด โดยแจ้งว่าจะกลับมาพูดคุยอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 6 ก.ค แต่ก็ไม่ได้มา แต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไป และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการช่วยเหลือหรือเยียวยาค่าใช้จ่ายใด ๆ
น.ส.เอ เผยอีกว่า ขณะนี้ครอบครัวต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเอง เนื่องจากประกันอุบัติเหตุของโรงเรียนไม่สามารถเบิกได้ เพราะคดีนี้เป็นกรณีถูกทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่อุบัติเหตุทั่วไป ทำให้ต้องสำรองค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
นอกจากนี้ ครอบครัวยังมีความกังวลเรื่องการรักษาในระยะยาว เนื่องจากอาการเกี่ยวข้องกับสมอง และตั้งใจจะพาน้องไปตรวจติดตามกับโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มเติม แต่ติดปัญหาเรื่องฐานะทางการเงิน จึงอยากให้ทั้งโรงเรียนและครอบครัวของคู่กรณีเข้ามาร่วมรับผิดชอบและเยียวยา
น.ส.เอ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ด้านสภาพจิตใจของน้องแม้อาการทางร่างกายจะดีขึ้น แต่ยังรู้สึกหวาดกลัว ไม่อยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิม เพราะกลัวเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีก ครอบครัวจึงวางแผนจะย้ายโรงเรียนตามความสมัครใจของน้อง เพื่อให้สภาพจิตใจได้ฟื้นตัว
น.ส.เอ ย้ำว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการไม่ใช่เพียงเรื่องการเยียวยา แต่ต้องการให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ และอยากให้โรงเรียนทบทวนมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน รวมถึงชี้แจงแนวทางป้องกันที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองที่ส่งบุตรไปเรียนว่าจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย